งบันทึกการเดินทางและกฎข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับราชสำนักที่เคยได้อ่านเมื่อในอดีต ก่อนพบว่าไม่มีวิธีอื่นที่จะเข้าไป
“ขี่กระบี่เข้าไป ในเมืองน่าจะมีที่พักเซียนสำหรับผู้บำเพ็ญพรตอยู่” เขากล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ย
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกโมโหเล็กน้อย
ตอนแรกนางบอกแล้วว่าควรจะขี่กระบี่บิน แต่จิ๋งจิ่วกลับมิเห็นด้วย บอกว่าในเมื่อออกมาท่องเที่ยว ไยต้องเร่งรีบเพียงนั้น อีกทั้งอย่าเปิดเผยสถานะตัวเองจะดีกว่า
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “มิเช่นนั้นก็จำเป็นต้องมีใบผ่านทางที่ทางเมืองออกให้”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขาพลางกล่าว “เจ้ามีหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ตอนพวกเราออกมา สามารถไปขอจากยอดเขาซีไหลสักสองสามใบได้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เช่นนั้นตอนนี้ก็ไม่มี?”
จิ๋งจิ่วมองไปยังรถม้าเหล่านั้นที่อยู่บนถนน ก่อนกล่าวกับตัวเองว่า “แล้วก็มิรู้ว่าบนใบผ่านทางจะมีภาพเหมือนวาดเอาไว้หรือเปล่า”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวอย่างเหม่อลอย “ความขายหน้าของชิงซาน”
ถูกต้อง จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยต่างก็เป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการใช้ชีวิตเลย
ในชิงซาน พวกเขามิได้ดูแปลกแยกอะไร แต่ในตอนที่พวกเขามายังโลกปุถุชนที่แท้จริง ปัญหาที่ว่านี้ก็แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
พวกเขาบำเพ็ญพรตมาโดยตลอด เวลาและสมาธิทั้งหมดล้วนอยู่ที่การบำเพ็ญเพียรและรับรู้ถึงปัญหาลึกซึ้งเกี่ยวกับฟ้าดินอะไรเทือกนั้น มิได้เคยสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในการใช้ชีวิตเลย
เมื่อครั้งที่อยู่ในหมู่บ้าน จิ๋งจิ