่วใช้เวลาเก้าวันในการเรียนรู้งานเกี่ยวกับการเกษตรและงานบ้าน แต่ยังมีสิ่งอื่นที่ยังเรียนรู้ไม่สำเร็จ อาทิเช่นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
ไม่ว่าจะเป็นบ้านตระกูลหลิว ที่ศาลาหนานซงและธารสี่เจี้ยน หรือที่ยอดเขาเสินม่อ เขาล้วนแต่อยู่ตัวคนเดียว แล้วก็มิจำเป็นต้องพูดคุยกับผู้อื่น
สถานการณ์ของเจ้าล่าเยวี่ยนั้นดีกว่าเขาเล็กน้อย แต่ก็ยังมีขีดจำกัด ตอนที่ยังไม่เกิด นางก็เป็นอนาคตที่ถูกสำนักชิงซานให้การปกป้องเอาไว้ หลังลืมตาดูโลก นางก็เตรียมตัวบำเพ็ญพรตมาโดยตลอด เรียนรู้ความรู้ที่ลึกซึ้งต่างๆ อาศัยอยู่ในบ้าน มิเคยพบปะผู้คนที่อยู่ภายนอก จนกระทั่งมายังชิงซาน เวลาส่วนใหญ่ก็อยู่ตัวคนเดียว อาทิเช่นยอดเขากระบี่
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ แต่ในโลกปกติ พวกเขาดูเงอะงะอย่างเห็นได้ชัด
ไม่มีวิธีอื่น เช่นนั้นก็ได้แต่ต้องเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด
แน่นอน วิธีนั้นย่อมมิใช่การแย่งใบผ่านทางที่จิ๋งจิ่วเคยคิดก่อนหน้านี้
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ทัศนวิสัยเริ่มเลือนราง เขาและเจ้าล่าเยวี่ยได้อ้อมเมืองซางโจวมายังกำแพงเมืองด้านหนึ่งที่ดูรกร้างมากที่สุด แสงกระบี่สว่างวาบ ก่อนจะหายวับไปจากที่พื้นดิน
กระบี่บินตกลงในตรอกที่ดูร้างผู้คนแห่งหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยถาม “ไปที่ไหน?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่เคยนอนที่พักเซียน ได้ยินว่ามิเลว”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ในเมื่อมาท่องเที่ยว พวกเราพักโรงเตี๊ยมเหมือนอย่างเว