ลาที่วัดกั่วเฉิงออกมายังโลกภายนอกดีกว่า”
จิ๋งจิ่วคิดถึงสิ่งที่เขียนอยู่ในหนังสือ สีหน้าดูลังเลเล็กน้อย กล่าวว่า “ได้ยินว่าโรงเตี๊ยมค่อนข้างสกปรก อีกทั้งกลิ่นเหม็นเท้ายังรุนแรงอีกด้วย”
เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจช่างไม่รู้อะไรเลย หาโรงเตี๊ยมดีๆ สักแห่งก็ได้แล้ว หรือคนธรรมดาจะไม่ล้างเท้าเลย?
จิ๋งจิ่วคิดอยากจะกล่าวอะไร เจ้าล่าเยวี่ยพูดขึ้นมาตรงๆ ว่า “ข้าเป็นปรมาจารย์ ฟังข้า”
“ก็ได้”
ทั้งสองคนออกมาจากตรอกเล็ก มุ่งหน้าไปยังถนนเส้นใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟด้านนอกเส้นนั้น
เจ้าล่าเยวี่ยพลันหยุดฝีเท้า กล่าวว่า “เจ้ารอข้าตรงนี้เดี๋ยว”
จากนั้นครู่หนึ่ง นางเดินกลับเข้ามาจากด้านนอกตรอก ในมือถือหมวกลี่เม่า[7]เอาไว้สองใบ
จิ๋งจิ่วรับเอาหมวกมา กล่าวถามว่า “ทำไม?”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้กล่าวกระไร หากแต่ใช้มือวาดไปบนใบหน้าตัวเอง
นี่กลายเป็นท่าทางที่พบเห็นได้บ่อยๆ ในหมู่ยอดเขาทั้งเก้าของชิงซาน ขอเพียงเห็นท่าทางนี้ ก็จะรู้ว่ากำลังพูดถึงจิ๋งจิ่ว
ตัวจิ๋งจิ่วมิเคยเห็นท่าทางนี้มาก่อน แต่เขาก็เข้าใจความหมายของเจ้าล่าเยวี่ยอย่างรวดเร็ว
เขาใส่หมวกขึ้นไป กล่าวเสียงเบาๆ ว่า “ยังมองเห็นไหม?”
แสงไฟที่ลอดเข้ามาจากด้านตรอกส่องไปบนร่างกายเขา หมวกสานบังใบหน้าส่วนใหญ่ของเขาเอาไว้ แม้นใบหน้าจะเผยมาเพียงส่วนหนึ่ง แต่มันก็ยังน่าตกตะลึงอย่างมาก
เจ้าล่าเยวี่ยยื่นมือไปกดหมวกของเขาลง หลังมองดูอยู่ครูจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
……
……
นี่คือผลล