นยาวนานที่ผ่านมา ทั้งเก้ายอดเขาของชิงซานมีคนเพียงสองคนที่ทำให้มันรู้สึกต้องระมัดระวัง หรือกระทั่งรู้สึกหวาดกลัวได้
มันกลัวจิ๋งจิ่ว แต่มันกลัวศัตรูของจิ๋งจิ่วคนนั้นมากกว่า
จิ๋งจิ่วไร้ความรู้สึก แต่คนผู้นั้นกลับมากความรู้สึก
ไร้ความรู้สึกมิใช่ความเย็นชา เป็นเพียงความหมายตามตัวหนังสือเท่านั้น
แต่มากความรู้สึกกลับมิแน่ว่าจะเป็นเรื่องดี
“อาต้า อยากจะออกไปกับข้าไหม?”
จิ๋งจิ่วถาม
แมวขาวเหลือบมองเขาอย่างดูแคลน
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าก็รู้ ข้ามิค่อยเข้าใจเรื่องทางโลกเท่าไรนัก แล้วก็มิเคยเป็นห่วงเป็นใยคนมาก่อน”
แมวขาวมองเขาอย่างขมขื่น คิดในใจเจ้าก็รู้อย่างนั้นหรือ?
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไรอีก
แมวขาวเข้าใจความหมายของเขา จึงยื่นอุ้งเท้าอันอ่อนนุ่มออกไปวาดกลางอากาศเล็กน้อย
กรงเล็บอันแหลมคมยื่นออกมาจากอุ้งเท้าของมัน ดูน่าหวาดกลัวยิ่งกว่ากระบี่ที่เงาแวววาวที่สุด
“ขอบคุณ”
จิ๋งจิ่วลูบหัวของมัน
แมวขาวกัดเขาไปทีหนึ่งอย่างไม่พอใจ แต่แน่นอนว่ามิกล้าออกแรง
……
……
ครั้นกลับมาถึงยอดเขาเสินม่อ ท้องฟ้าก็ยังคงมืดมิด
เมื่อเห็นกระท่อมไม้หลังเล็กที่อยู่ตรงด้านหน้าผาขาด จิ๋งจิ่วครุ่นคิด ก่อนจะเดินไป แล้วผลักประตูเข้าไป
กู้ชิงมิได้นอน หากแต่กำลังศึกษาเพลงกระบี่โดยอาศัยแสงตะเกียง เมื่อเห็นเขา จึงรู้สึกตกใจอย่างมาก
เขามายังยอดเขาเสินม่อได้ครึ่งปี มิเคยเห็นจิ๋งจิ่วออกจากยอดเขามาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะมาหาตนที่นี่
“