าวว่า “เจ้า…นางเป็นยอดเขาเสินม่อ จะออกไปตามอำเภอใจแบบนี้ได้อย่างไร?”
ภายในตำหนักของยอดเขาซีไหลเงียบสงัด เหล่ายอดฝีมือรุ่นที่สองของยอดเขาต่างสบตากันไม่กล่าวกระไร
และเนื่องเพราะเจ้าล่าเยวี่ยคือเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อ ดังนั้นการออกไปของนางจึงมิจำเป็นต้องได้รับการเห็นชอบจากใคร
ตามกฎของชิงซาน นางเพียงแค่ต้องแจ้งทางยอดเขาซีไหล เอาป้ายกระบี่มาทำการบันทึก จากนั้นอยากจะไปไหนก็ตามแต่นาง
นี่คืออำนาจพิเศษของเจ้าแห่งยอดเขาทั้งเก้า
ต่อให้นางมิได้แจ้งทางยอดเขาซีไหล ก็ไม่มีผู้ใดทำอะไรนางได้
แน่นอน หากเจ้าสำนักไม่เห็นด้วย นั่นย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ปัญหาอยู่ที่ว่าเจ้าแห่งสำนักมุ่งมั่นบำเพ็ญพรต มิได้สนใจเรื่องเหล่ามาเป็นเวลาหลายปีแล้ว
เจ้าแห่งยอดเขาซีไหลยิ้มอย่างจนปัญญา กล่าวว่า “ประเดี๋ยวข้าจะไปแจ้งเรื่องนี้กับศิษย์พี่เจ้าสำนักที่ยอดเขาเทียนกวง”
เหมยหลี่มองหลินอู๋จือที่มารายงานข่าว ถามว่า “พวกเขาได้บอกหรือไม่ว่าจะไปที่ใด? กลับเมื่อไร?”
หลินอู๋จือยิ้มเจื่อน กล่าวว่า “มิได้กล่าวกระไร”
เหมยหลี่คิดในใจคงมิใช่ว่าจะจากไปเป็นเวลานานหรอกนะ?
สำหรับผู้บำเพ็ญพรตแล้ว การออกไปท่องยังโลกภายนอกเป็นเวลาหลายสิบปีถือเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก หลายคนที่อยู่ในตำหนักก็ล้วนแต่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่ตอนที่พวกเขาตัดสินใจเช่นนั้นออกมา พวกเขามักจะบรรลุจนถึงขั้นคเนจรแล้ว การก้าวเดินต่อไปบนธรรมวิถีเป็นเรื่องที่ยากลำบากอ