ปลิวไหว คล้ายดั่งเทพเซียน
เสียงฟ้าร้องครืนครืน มิรู้แมวป่าที่อยู่บนเกาะไปหลบอยู่แห่งหนใด
สายฟ้าฟาดเข้าไปด้านในของตำหนัก ก่อนจะถูกไม้วิญญาณกลืนกินลงไปเพื่อเลี้ยงบำรุง มิได้มีเสียงใดๆ แม้แต่น้อย
ตำหนักหลังนั้นยิ่งดูเงียบเชียบ อีกทั้งยังดูแปลก
แมวขาวตัวนั้นฟุบหมอบอยู่บนขอบหน้าต่าง ดวงตาหรี่เล็ก ขนแมวยาวๆ ลู่ตกลง ดูคล้ายง่วงนอน
เพียงแค่ดูรูปร่างภายนอก ใครจะคิดบ้างว่ามันจะเป็นไป๋กุ่ยที่เย็นชาและน่ากลัวที่สุดในบรรดาผู้พิทักษ์ทั้งสี่ของชิงซาน?
จิ๋งจิ่วนั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง มือขวาวางไปบนตัวแมวขาวอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นเริ่มลูบไล้มันตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านหลัง ท่าทางดูคุ้นเคย ราวกับเคยทำมาแล้วนับพันนับร้อยปี
ตอนแรกร่างกายของแมวขาวยังดูค่อนข้างเกร็ง ก่อนจะค่อยๆ อ่อนลงคล้ายยอมเชื่อฟัง
“มิว่าจะเป็นเจ้าหรือล่าเยวี่ยก็ล้วนแต่ไม่ชอบถูกคนลูบศีรษะ มีเพียงสือซุ่ยที่ชอบ”
จิ๋งจิ่วลูบศีรษะแมวขาว ก่อนจะนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “เอาล่ะ บางทีเขาอาจจะไม่ชอบ เพียงแต่ไม่รู้จะขัดขืนข้าอย่างไร”
แมวขาวมิได้สนใจเขา
“สื่อซุ่ยคือเด็กคนหนึ่งที่ข้ารู้จัก หลายวันก่อนไปปราบปีศาจที่แม่น้ำจั๋ว เกิดปัญหาเล็กน้อย”
จิ๋งจิ่วพูดกับตัวเอง “เด็กๆ บนยอดเขาเหลี่ยงว่างเหล่านั้นคิดว่าตัวเองจัดการเรื่องนี้ได้ระมัดระวัง เฉลียวฉลาด และวางแผนล่วงหน้ามาดีพอแล้ว ดังนั้นจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน แต่พวกเขายังเด็กเกินไป ไม่เหมือนเจ้าและ