่าเยวี่ยเองก็อยู่ตรงริมผาเช่นกัน ครั้นได้ยินคำพูดนี้ นางจึงเหลือบมองจิ๋งจิ่ว ก่อนจะพบว่าตนเองลืมปัญหาข้อนี้ไปเลย
“รับ”
“ไม่รับ”
เสียงของนางและจิ๋งจิ่วดังขึ้นมาแทบจะในเวลาเดียวกัน
กู้ชิงผายมือเพื่อบอกว่าตนเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดคำพูดที่ไม่รู้เรื่องราว
เจ้าล่าเยวี่ยมองจิ๋งจิ่วพลางถามว่า “ทำไมไม่รับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “หนวกหู”
เจ้าล่าเยวี่ยมิใช่กู้หาน แล้วก็มิใช่หม่าหวา นางไม่มีทางจำนนต่อเขาด้วยคำพูดเพียงคำเดียว
“ข้าเป็นเจ้าแห่งยอดเขา”
นางกล่าวประโยคนี้ จากนั้นเดินกลับไปเข้าในถ้ำ
……
……
คิมหันต์เพิ่งมาเยือน หิมะแรกก็ตกลงมา หลังจากนั้นหลายวัน ชิงซานก็เจอกับพายุหิมะที่รุนแรงกว่าเก่า
ยังคงเป็นคำขอของยอดเขาชิงหรง ข่ายพลังชิงซานเปิดออก เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า
เพียงแค่คืนเดียว หมู่ยอดเขาพลันขาวโพลน เมื่อทอดมองออกไปกลายเป็นสีขาวไปทั้งแถบ งดงามยิ่งนัก
กระบี่เล่มหนึ่งฝ่าพายุหิมะขึ้นมายังปลายสุดของยอดเขาเสินม่อ
กู้ชิงทั้งตัวเต็มไปด้วยหิมะ ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อย
นับตั้งแต่ที่ถูกขับออกมาจากยอดเขาเหลี่ยงว่าง เขาก็แทบมิได้ขี่กระบี่เลย ที่ผ่านมาเวลาอยู่ในยอดเขาเสินม่อก็ใช้การเดินเท้าเอา
ดูแล้วน่าจะเกิดเรื่องด่วนอะไรขึ้น
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยเดินออกมาจากภายในถ้ำ
กู้ชิงมองพวกเขาพลางกล่าว “สือซุ่ยได้รับบาดเจ็บ”
……………………………………
[1] ช่วงกลางสารทฤดู คือ วันไหว้พระจันทร์