ายในคืนวันนั้น
แต่สิ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจก็คือ ในกลุ่มลูกศิษย์ที่ออกไปกำจัดปีศาจครั้งนี้ มีเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าหลิ่วสือซุ่ยอยู่ด้วย
ตอนนี้หลิ่วสือซุ่ยยังคงเป็นลูกศิษย์ในนามยอดเขาเทียนกวง สืบทอดกระบี่ไม่ถึงครึ่งปีก็สามารถออกไปกำจัดปีศาจได้แล้ว เห็นได้เลยว่ายอดเขาเหลี่ยงว่างให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก
สถานการณ์เร่งด่วน ศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างออกมาอย่างรีบร้อน ในยอดเขาทั้งเก้ามีเพียงไม่กี่คนที่ทราบเรื่องนี้
หลิ่วสือซุ่ยมิได้ไปยังยอดเขาเสินม่อ เขาเพียงแต่ฝากกู้ชิงไปบอกจิ๋วจิ่ว
“สือซุ่ยกำชับข้ามา ให้บอกเจ้าว่า อย่าบอกผู้อื่น”
กู้ชิงเรียบเรียงคำพูดอยู่ในใจเล็กน้อย พลางกล่าวต่อว่า “….ก็คือเรื่องที่เขาบอกเจ้าว่าเขาจะออกไปข้างนอก อย่าไปบอกคนอื่น”
คำพูดที่ค่อนข้างอ้อมค้อมสองประโยคนี้มีความหมายแฝงเอาไว้มากมาย แต่จิ๋งจิ่วกลับมิมีปฏิกิริยาใดๆ เขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ สายตามองดูหมู่ขุนเขาที่อยู่ด้านนอกหน้าผา คล้ายมิได้สนใจอะไรเลย
หลังจากนั้นไม่กี่วัน กู้ชิงก็ขึ้นมายังยอดเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เขายังคงมาถ่ายทอดคำพูดแทนผู้อื่น
“ในธารสี่เจี้ยนมีศิษย์นอกคนหนึ่งชื่ออวี้ซาน แล้วก็ยังมีศิษย์อีกคนหนึ่งจากจังหวัดเล่อหลางที่ชื่อ…”
กู้ชิงจำชื่อศิษย์น้องผู้นั้นมิค่อยได้
จิ๋งจิ่วกล่าว “เขาแซ่หยวน
“ใช่ ชายหนุ่มแซ่หยวนผู้นั้นอยากถามว่า ในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนหลังจากนี้อีกสามปี ยอดเขาเสินม่อรับคนหรือไม่”
เจ้าล