งจิ๋งจิ่วเลื่อนลงไป
แมวขาวเหลียวศีรษะแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเขา แต่ร่างกายของมันกลับสั่นเทาขึ้นมาเบาๆ เห็นได้ชัดว่ากำลังสะกดความรู้สึกที่อยากจะวิ่งหนีไปอยู่
จิ๋งจิ่วคิดในใจเจ้ายังคงรังแกผู้อ่อนแอหวาดกลัวผู้แข็งแกร่งเหมือนอย่างเมื่อก่อนเลย ขี้ขลาดขี้ระแวง หากไม่รู้จักอีกฝ่ายดีพอ จะไม่กล้าลงมือเด็ดขาด
ระหว่างที่ครุ่นคิดถึงเรื่องเหล่านี้ มือของเขาก็เลื่อนลงไปบนหัวของแมวสีขาว ก่อนจะลูบไล้อย่างแผ่วเบา
จิ๋งจิ่วลูบไล้แมวอย่างช่ำชอง
มือของเขาลูบหัวของแมวขาว ไล้ผ่านลำคอไปจนถึงแผ่นหลัง จนไปถึงหางของมันราวกับสายลมพัดผ่าน
จากนั้น เขาก็ทำการเคลื่อนไหวแบบเดิมซ้ำอีกครั้ง
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่มีวันจะหยุดลง
หากคนอื่นอย่างฉือเยี่ยนหรือเหมยหลี่ได้มาเห็นภาพนี้ พวกเขาคงจะเลิกสงสัยว่าจิ๋งจิ่วมาจากวัดกั่วเฉิงอย่างแน่นอน
เขาลูบศีรษะหลิ่วสือซุ่ยกับเจ้าล่าเยวี่ยก็ลูบแบบนี้เช่นกัน
นี่เป็นเพียงความเคยชินของเขา หาได้เกี่ยวอะไรกับพิธีถ่ายทอดความรู้ผ่านทางศีรษะเหล่านั้นไม่
เมื่อลูบไล้ไปเรื่อยๆ แมวขาวก็ค่อยๆ หยุดสั่น อารมณ์ก็เปลี่ยนเป็นคงที่ขึ้นกว่าเดิม
จิ๋งจิ่วมองแมวขาวพลางถาม “เจ้ากังวลว่าหากเขายังมีชีวิตอยู่ แล้วเจ้ายืนอยู่ข้างข้า ต่อไปเขาจะมาสร้างปัญหาให้กับเจ้าใช่ไหม?”
แมวขาวนอนหมอบอยู่บนพื้นหญ้าที่เปียกฝน มิได้มีความรู้สึกไม่สบายใดๆ ขณะฟังคำพูดประโยคนี้ มันยังคงมองไปทางอื่น แต่ใบหูของมันกลั