งจะตกใจจนเป็นลมสลบไปแล้ว
จิ๋งจิ่วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ แต่สีหน้าเขาคร่ำเคร่งอย่างมาก
เมื่อครั้งที่อยู่บนยอดเขาอวิ๋นสิง จั่วอี้ซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับคเนจรก็ยังไม่รับรู้ไม่ได้ถึงการมีอยู่ของเขา จนกระทั่งถูกเขาลอบสังหารจนตาย
แต่แมวตัวนี้กลับพบเขาได้อย่างง่ายดาย
“ไม่เจอกันนานนะ”
จิ๋งจิ่วมองดูแมวตัวนั้นพลางกล่าว
พายุฝนกระหน่ำ บางคราวมีเสียงฟ้าคำรามดังขึ้นมา เสียงของเขาเบามาก จนแทบจะถูกกลบไปหมด แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินที่ตนเองพูด
แมวสีขาวหรี่ตา บิดศีรษะเล็กน้อย ปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อให้ฟุบหมอบได้สบายยิ่งขึ้น คล้ายมิได้ฟังที่จิ๋งจิ่วพูดเลย
จิ๋งจิ่วกล่าวต่อว่า “เหลยพั่วอวิ๋นเอาไม้วิญญาณอัศนีท่อนนั้นไปให้ใคร?”
แมวขาวหาวออกมาอย่างไร้ซุ่มเสียง ดูเกียจคร้านยิ่งนัก
จิ๋งจิ่วรู้ว่านี่เป็นเพียงสิ่งลวงตา อีกฝ่ายได้ขยับความคิดพร้อมจะโจมตีทุกเมื่อแล้ว
ด้วยสภาวะของเขาในตอนนี้ ไม่มีทางที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของแมวขาวตัวนี้ได้ เผลอๆ กระทั่งโอกาสในการตอบโต้ก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ
สายฟ้าส่องสว่างตำหนักไม่หยุด
อันตรายตั้งอยู่เบื้องหน้า
สายฝนตกกระหน่ำลงมา
จิ๋วจิ่วจ้องมองดูมันที่ฟุบหมอบอยู่บนขอบหน้าต่าง โดยมีน้ำฝนที่เทลงมาราวกับน้ำตกคั่นกลางไว้ พลางกล่าวว่า “เจ้ามิได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของข้า ดูเหมือนเจ้าจะรู้เรื่องนี้อยู่แต่แรกแล้ว มันก็ใช่ ในบรรดาพวกเจ้าทั้งสี่ เจ้าคือผู้ที่มีความละเอียด การรับรู้ว่องไวและระแวดระวังม