ั่นสะเทือนขึ้นมาด้วยความเร็วที่สูงจนมิอาจมองทันด้วยตาเปล่า ก่อเกิดเป็นเสียงหวึงๆ คล้ายฝูงผึ้ง
เจ้าล่าเยวี่ยสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย คิดจะหยุดเขา แต่กลับมิทันการ
เพลิงกระบี่จำนวนมากร่วงหล่นลงมาจากกระบี่ ก่อนจะปลิวไปตกอยู่บนศพของศิษย์แห่งเผ่าหมิงผู้นั้น
ศพพลันลุกไหม้ขึ้นมาทันที เพียงแค่พริบตาก็แปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่าน
เจ้าล่าเยวี่ยจ้องมองเขา คิดอยากจะได้คำอธิบาย
จิ๋งจิ่วมิได้อธิบาย
เจ้าล่าเยวี่ยขี่กระบี่บินขึ้นไป กลายเป็นสำแสงสวยงามหายไปในท้องฟ้า
จิ๋งจิ่วมองขึ้นบนท้องฟ้าอันว่างเปล่า ในใจครุ่นคิดดูเหมือนสาวน้อยจะโกรธแล้วจริงๆ ถึงกับปล่อยให้ตัวเองเดินกลับไป…
ตามหลักแล้ว เขาซึ่งตอนนี้บรรลุสภาวะขั้นตั้งมั่นจนบริบูรณ์น่าจะสามารถขี่กระบี่บินได้แล้ว แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงไม่เคยขี่กระบี่มาก่อน
เขามองดูกระบี่เหล็กพลางส่ายหัว
จากนั้น สายตาเขามองตามกระบี่เหล็กลงไปยังเถ้าถ่านที่อยู่ด้านล่างหลุม
“อินซาน…ชื่อนี้ไม่เลว”
……
……
เมืองอวิ๋นจี๋ บนเหลาสุรา ตรงข้างราวกั้น หม้อไฟหม้อหนึ่งกำลังเดือดพล่าน
จิ๋งจิ่วนั่งอยู่ข้างโต๊ะ สายตามองดูอาหารที่เดี๋ยวลอยเดี๋ยวจมอยู่ในหม้อไฟเหล่านั้น มิได้มีทีท่าว่าจะคีบขึ้นมากิน
ในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญพรต เขามิค่อยมีความปรารถนาในเรื่องทางโลกเท่าไรนัก สำหรับอาหารที่มีแหล่งกำเนิดจากมณฑลอี้โจว และเป็นที่นิยมในดินแดนหมิงเช่นนี้ เขาก็มิได้มีความสนใจอะไร
หลายปีก่อนเคยมีคนกล่า