กู้หานเองก็รอเขาอยู่ด้านล่างยอดเขา
“ช่วงนี้ยอดเขาซั่งเต๋อคงจะไม่มาถามอะไรเจ้าอีก ไม่อย่างนั้นอาจารย์อาไป๋จะโกรธเอาได้ ข้าเองก็จะไม่ถามเจ้าว่าคืนนั้นเจ้าไปที่ไหนกันแน่”
เขากล่าวกับหลิ่วสือซุ่ยว่า “เพราะพวกเรารู้ว่าเรื่องนี้มันมิได้เกี่ยวข้องกับเจ้า”
หลิ่วสือซุ่ยไม่ได้บอกใครเรื่องที่จิ๋งจิ่วสังหารคน แล้วก็ไม่เคยบอกว่าคืนนั้นเขาได้ไปหาจิ๋งจิ่วมา
แต่กู้หานและหม่าหวาย่อมต้องเดาได้ว่าคืนนั้นเขาไปหาจิ๋งจิ่วมา แต่กลับเข้าใจผิดเรื่องเหตุผลที่เขาไม่ยอมพูดออกมา
กู้หานกล่าว “อีกไม่นานยังจะมีเรื่องอีก เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าคงต้องลำบากหน่อย เตรียมใจเอาไว้ล่ะ”
“เข้าใจแล้วขอรับ”
เพียงแต่หลิ่วสือซุ่ยไม่รู้ว่าอีกไม่นานที่ว่านั้นมันจะนานเท่าไร หนึ่งปี สองปี หรือสามปี?
“อาจารย์และเหล่าศิษย์ร่วมสำนักในยอดเขาทั้งเก้าสามารถตัดขาดเรื่องราวทางโลก สามารถตัดขาดอารมณ์ความรู้สึก เพื่อเอาเวลาและสมาธิทั้งหมดมาทุ่มเทให้กับการบำเพ็ญเพียร แต่อย่าลืมเสียล่ะ ที่พวกเขาสามารถบำเพ็ญเพียรได้อย่างสงบ เป็นเพราะพวกเรายอดเขาเหลี่ยงว่างคอยเสียสละสู้รบกับศัตรูที่อยู่นอกชิงซาน”
กู้หานมองเขาพลางกล่าว “ศิษย์ร่วมสำนักเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรต้องหยุดลง บางคนต้องตายอย่างน่าหดหู่ เทียบกับพวกเขาแล้ว พวกเราได้รับความลำบากบ้างมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย”
เขาหยิ่งทะนงยิ่งนัก เข้มงวดกับลูกศิษย์อย่างมาก แทบจะเรียกไ