กู้ชิงหันหน้ามามองเขา พลางถามอย่างไม่เข้าใจ “ทางนั้น?”
หลิ่วสือซุ่ยมองดูรอบๆ พลางกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “ยอดเขาเสินม่อ”
กู้ชิงตะลึงลาน กล่าวว่า “ข้ามิใช่ศิษย์สืบทอดกระบี่ ไม่มีสิทธิ์”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “เมื่อก่อนเจ้าก็มิใช่ศิษย์สืบทอดกระบี่ แล้วทำไมจึงอยู่บนยอดเขาเหลี่ยงว่างได้?”
กู้ชิงกล่าว “ตอนนั้นข้าเป็นเด็กติดตาม จัดอยู่ในประเภทผู้ดูแลงานจิปาถะ”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเป็นผู้ดูแลที่ยอดเขาเสินม่อได้”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “คอยดูแลเรื่องต่างๆ ให้คนผู้นั้น ความจริงแล้วง่ายมาก ทุกวันก็แค่ต้มน้ำชงชา ปูเตียงพับผ้าห่ม ปัดกวาดที่พัก จากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว”
กู้ชิงกล่าว “ฟังดูเหมือนจะน้อยจริงๆ”
หลิ่วสือซุ่ยคิดๆ ไปก็รู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวว่า “คนผู้นั้นเกียจคร้านจนน่าเหลือเชื่อ ทั้งวันเอาแต่หลับตาพักผ่อน ยังจะมีเรื่องอะไรให้ทำอีก?”
กู้ชิงกล่าว “ข้าเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับจิ๋งจิ่ว เขาเกียจคร้านถึงเพียงนี้จริงหรือ?”
หลิ่วสือซุ่ยมองดูเขาพลางกล่าวอย่างจริงจัง “ไม่ว่าเจ้าจะคิดอย่างไร เขาก็เกียจคร้านกว่าที่เจ้าคิดเอาไว้”
กู้ชิงรู้สึกกลุ้มใจเล็กน้อย ที่มากกว่านั้นคือเสียใจ ภายในใจครุ่นคิดคนที่เกียจคร้านถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงเอาชนะตนได้อย่างง่ายดาย?
เขารู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง
สภาวะของเขาตอนนี้สูงกว่าจิ๋งจิ่ว แต่งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนในวันนั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าจิ๋งจิ่วมีคุณสมบัติพอที่จะชี้แนะเขา
ย