ว่าตนเองแอบเรียนเพลงกระบี่ ยอดเขาเหลี่ยงว่างอย่างมากก็มีความผิดเรื่องที่ไม่ดูแลลูกศิษย์ให้เข้มงวด
ดังนั้นกู้ชิงจึงกลายเป็นเหยื่อสังเวย เขาถูกขับออกจากยอดเขาเหลี่ยงว่าง กลับมายังธารสี่เจี้ยน ได้แต่ต้องรออีกสามปีค่อยเข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนครั้งต่อไป
สำหรับการตกแต่งภายในถ้ำ กู้ชิงมิคุ้นเคย เนื่องเพราะแต่เล็กจนโตเขาเติบโตอยู่ในยอดเขาเหลี่ยงว่าง ต่อไปช่วงที่เป็นศิษย์ขั้นล้างกระบี่ เขาก็มิเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
เขาเดินออกมานอกถ้ำ มายังริมหน้าผา สายตามองไปยังธารสี่เจี้ยนอันใสกระจ่างที่อยู่ใต้เท้า นิ่งเงียบไปครู่จึงกล่าวว่า “เมื่อครู่เจ้าได้สังเกตสายตาของศิษย์ขั้นล้างกระบี่เหล่านั้นหรือไม่?”
หลิ่วสือซุ่ยส่งเขาออกมาจากยอดเขาเหลี่ยงว่าง คอยช่วยเขาจัดการกับสัมภาระ กล่าวว่า “คนที่เสียงดังที่สุดคนนั้นชื่อเซวียหย่งเกอ ได้ยินว่าปรมาจารย์อาของเขาเป็นผู้อาวุโสอยู่ยอดเขาซื่อเยวี่ย”
กู้ชิงถอนใจ
หากเป็นเมื่อก่อน ไหนเลยเขาจะมองคนอย่างเซวียหย่งเกออยู่ในสายตา ต่อให้ปรมาจารย์อาของเจ้าเป็นผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ยแล้วยังไง?
แต่ตอนนี้ถูกศิษย์เหล่านั้นเยาะเย้ยถากถาง เขาได้แต่ต้องอดกลั้นเอาไว้
เขาอยู่ที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างมาโดยตลอด ไม่เคยปรากฏตัวที่ธารสี่เจี้ยน ดังนั้นความรู้สึกที่ศิษย์ขั้นล้างกระบี่เหล่านั้นมีต่อเขาจึงมิค่อยดีเท่าไร
ตอนนี้ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่เขาได้ยินคำพูดเยาะเย้ยถากถางย่อมเป็นเรื่