อกจากถามจิ๋งจิ่วตรงๆ แล้ว ก็ไม่มีวิธีไหนที่จะพิสูจน์ความจริงของความคิดนี้ได้เลย
กระทั่งสุดท้ายแล้ว เจ้าล่าเยวี่ยก็มิได้ถามออกมา
นี่คือความแตกต่างระหว่างนางกับหลิ่วสือซุ่ย มิเช่นนั้นจิ๋งจิ่วคงจะพูดความจริงออกมาอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้นแล้วภายในความมืดที่ปกคลุมทั่วทั้งภูเขา นางก็คงรู้คำตอบไปแล้ว
……
……
ครั้นเห็นกระบี่บินสองเล่มนั้นบินทะลุทะเลเมฆลงไปยังด้านล่างยอดเขา กู้หานนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวออกมา “เห็นได้ชัดว่ายอดเขาซั่งเต๋อกำลังข่มพวกเรา”
กั้วหนานซานกล่าว “ใจเย็นหน่อย คำพูดเหล่านี้ถ้าเล็ดรอดออกไปมันจะไม่ดี”
กู้หานมองไปทางเขา สีหน้าดูไม่ดี กล่าวว่า “ยอดเขาซั่งเต๋ออวดดีเช่นนี้ พวกอาจารย์อาไม่ว่ากระไรหน่อยหรือ?”
“ก่อนตายพ่อของเจ้าเคยพูดว่ายังไง? ขอเพียงชิงซานสืบทอดต่อไปได้…”
กั้วหนานซานมองดูกระบี่สองเล่มที่บินหายลับไปแล้ว นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “การเสียสละใดๆ ก็ล้วนแต่ยอมรับได้”
ในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน กู้ชิงถูกจิ๋งจิ่วบีบคั้นจนร้อนใจไปชั่วขณะหนึ่ง เขาลืมข้อห้ามด้วยการใช้เคล็ดกระบี่สุริยันที่เรียนมาจากยอดเขาเหลี่ยงว่างออกมา
เดิมทีนี่มิใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ในเมื่อยอดเขาซั่งเต๋อยืนกรานจะตรวจสอบ ยอดเขาเหลี่ยงว่างก็จำเป็นต้องมีคำตอบให้
ยอดเขาเหลี่ยงว่างแอบสอนเพลงกระบี่ให้ศิษย์ขั้นล้างกระบี่หรือว่ากู้ชิงแอบเรียนกระบี่ด้วยตัวเองกันแน่?
ใครก็รู้ว่าควรจะเลือกอย่างไร
กู้ชิงยอมรับ