ู่ในแท่นฝนหมึกขึ้นมาเขียนต่ออีกหน่อย เพียงแต่มิรู้ว่าเขากำลังเขียนอะไรอยู่
ตกเย็น กระดาษที่เขียนตัวหนังสือเอาไว้แห้งสนิท ก่อนจะถูกเขาแบ่งออกเป็นเล่มๆ แล้วใช้ด้ายกับเข็มเย็บไว้ จากนั้นหยิบออกมานอกถ้ำเล่มหนึ่ง
เจ้าล่าเยวี่ยรับเอาหนังสือเล่มนี้มาพลิกเปิดดู สีหน้าคร่ำเคร่งยิ่งนัก
ตัวหนังสือที่อยู่บนกระดาษเห็นได้ชัดว่าเขียนขึ้นมาใหม่ หมึกเพิ่งจะแห้งสนิทได้ไม่นาน รูปภาพที่แทรกเอาไว้สองสามรูปยังไม่แห้งสนิท
สิ่งที่ตัวหนังสือและภาพเหล่านั้นบรรยายคือเพลงกระบี่และเคล็ดลับในการขี่กระบี่
เพลงกระบี่ชุดนี้องอาจห้าวหาญ หรือพูดอีกอย่างคือเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ ความหมายของแม้นตายเก้าครั้งก็มิเสียใจโลดแล่นผ่านหน้าหนังสือออกมา
เจ้าล่าเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมองดูจิ๋งจิ่ว อารมณ์ในสายตาดูสับสนยิ่งนัก
“ทำไมหรือ?” จิ๋งจิ่วถาม
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ปรมาจารย์อาเชื่อเจ้ามากกว่าจริงด้วย ข้าเริ่มรู้สึกอิจฉาขึ้นมาหน่อยแล้ว”
เพราะจิ่งหยางทิ้งกระบี่มิคำนึงเอาไว้ให้นาง แต่กลับทิ้งเคล็ดกระบี่เก้ามรณาเอาไว้ให้จิ๋งจิ่วอย่างนั้นหรือ?
ทว่ากระบี่กับเคล็ดกระบี่สิ่งไหนสำคัญมากกว่ากัน ความจริงแล้วก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้
จิ๋งจิ่วกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ จัดแจงท่าทางเพื่อไม่ให้ขาเก้าอี้ที่เริ่มเสียหายหักลง จากนั้นหลับตาแล้วเริ่มพักผ่อน
ครั้นมองดูใบหน้าด้านข้างของเขา พริบตานั้นเอง ภายในหัวเจ้าล่าเยวี่ยพลันมีความคิดอันน่าตกตะลึงปรากฏขึ้นมา
แต่น