จิ๋งจิ่วส่ายหน้า
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขา กล่าวว่า “รู้สึกว่าข้าแปลกใช่ไหม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แล้วแต่เจ้าจะคิด”
เจ้าล่าเยวี่ยเดินไปข้างกายเขา จากนั้นมองไปยังหน้าผาที่อยู่รอบๆ พลางกล่าวว่า “เจ้ารู้ไหม? คนที่ข้าเลื่อมใสศรัทธามากที่สุดก็คือปรมาจารย์อาจิ่งหยาง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “คนที่เลื่อมใสศรัทธาเขามีมากมาย”
เจ้าล่าเยวี่ย “แต่ข้ามิเคยเจอเขามาก่อน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “คนที่เคยเจอเขามีน้อยมาก”
เจ้าล่าเยวี่ยถลึงตาใส่เขา
จิ๋งจิ่วยกมือขึ้นมาเพื่อบอกให้นางพูดต่อ
เจ้าล่าเยวี่ยสงบอารมณ์ ก่อนกล่าวต่อว่า “ข้ารู้สึกเสียใจมาตลอด ในใจครุ่นคิดว่าหากได้บำเพ็ญเพียรอยู่ในยุคสมัยเดียวกันกับปรมาจารย์อา นั่นคงจะดีไม่น้อย”
จิ๋งจิ่วรู้สึกว่าตนเองเปลี่ยนไปคล้ายหลิ่วสือซุ่ย เขามักรู้สึกอยากพูดออกมา
อย่างเช่นในเวลานี้ เขาคิดอยากจะบอกว่ายินดีด้วย
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “แต่ในที่สุดตอนนี้ก็มาถึงยอดเขาของท่านแล้ว รู้สึกเหมือนได้อยู่กับท่าน ข้ามีความสุขยิ่งนัก”
เมื่อคิดถึงถ้วยชาแลข้าวของเครื่องใช้ภายในถ้ำที่ถูกเอาไว้ซ่อนไว้ แล้วมองดูเสื้อผ้าที่ดูใหญ่โคร่งบนตัวของนาง ในที่สุดจิ๋งจิ่วก็มั่นใจในเรื่องหนึ่ง
สาวน้อยอัจฉริยะผู้ที่หยิ่งยโสเย็นชาในสายตาชาวโลกผู้นี้ คือผู้ที่ไล่ติดตามจิ่งหยางอย่างบ้าคลั่ง เรียกง่ายๆ ว่า ‘บ้าผู้ชาย’
เมื่อคิดถึงว่าตนเองกำลังยืนอยู่ข้างกายนาง จิ๋งจิ่วรู้สึกแปลกๆ จึงถามว่า “เจ้ามิใช่กังวลว่าเขาจะบรรลุเป็นเซ