จิ๋งจิ่วรู้สึกว่าน่าสนใจยิ่งนัก เพราะเด็กหนุ่มที่ชื่อกู้หานผู้นั้นทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
แน่นอน ทั้งยอดเขาเหลี่ยงว่างล้วนแต่ทำให้เขาไม่สบายใจ
“ดังนั้น เจ้าจะอยู่ที่นี่”
เขามองดูสร้อยที่อยู่บนข้อมือพลางครุ่นคิด
เจ้าล่าเยวี่ยถาม “นี่คืออะไร? กระบี่เหมือนอย่างสร้อยข้อมือของข้าหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ความลับ”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ความลับเจ้าช่างเยอะเสียจริง”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เมื่อก่อนข้าได้ยินคนบอกว่า คนสองคนที่มีความลับจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบ เดิมข้าคิดว่ามันถูกต้อง”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ตอนนี้เจ้ามิได้คิดเช่นนี้แล้ว?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าหลังจากที่พวกเรารู้จักกันแล้ว เรื่องราวมันเปลี่ยนเป็นเยอะขึ้น?”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขา ก่อนกล่าวว่า “นั่นไม่ใช่เพราะว่าเรื่องที่พวกเราจะทำมันเป็นเรื่องเดียวกันหรือ?”
จิ๋งจิ่วมิเข้าใจคำพูดประโยคนี้
เจ้าล่าเยวี่ยหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในถ้ำ
ภายในถ้ำยังคงอยู่ในสภาพเดิม เพียงแต่ถ้วยชาที่จิ่งหยางเคยใช้ มิรู้ถูกนางเก็บไปไว้ที่ไหนแล้ว
นางเดินเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ ยื่นมือไปผลักกำแพง ครั้นเห็นเสื้อผ้าสีขาวแถวนั้น ดวงตานางเป็นประกายขึ้นมา
ผ่านไปไม่นาน นางเดินกลับมาริมผา บนร่างกายเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสีขาว
“สวยไหม?”
นางหมุนตัวตรงหน้าจิ๋งจิ่วรอบหนึ่ง ชุดสีขาวพริ้วไหวเบาๆ
แม้นจะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด สุดท้ายแล้วนางก็เป็นคุณหนูที่รักสวยรักงามคนหน