ยก็ไม่มีใครเอ่ยถึง”
ตอนที่นักพรตจิ่งหยางบรรลุกลายเป็นเซียน เหตุใดจึงไม่นำกระบี่มิคำนึงไปด้วย?
นี่เป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่คนเหล่านั้นกระทั่งเอ่ยก็มิเอ่ยถึง
เพราะเหตุใด?
“ในใจทุกคนล้วนมีผี บางทีอาจจะกลัวถูกคนอื่นมองเห็นผีที่อยู่ในใจตัวเอง บางทีอาจจะไม่กล้าไปดูผีตัวนั้นที่อยู่ในใจคนอื่น”
หยวนฉีจิงยิ้มเยือกเย็นพลางกล่าว “หรือคิดว่าถ้าไม่ไปดู ผีตัวนั้นมันก็ไม่มีอยู่อย่างนั้นหรือ?”
……
……
ปลายสุดของยอดเขาเสินม่อ
เจ้าล่าเยวี่ยมองไปนอกหน้าผาพลางกล่าว “ข้าคิดว่ามันเกินไปหน่อย”
จิ๋งจิ่วรู้ว่านางหมายถึงเรื่องที่ตนเองไปตบไหล่กั้วหนานซาน อีกทั้งคำพูดเหล่านั้น
เขามิได้อธิบาย นั่นเป็นตอบโต้ออกไปโดยไม่ทันฉุกคิด
แม้นกั้วหนานซานจะสุขุมนุ่มลึกเพียงใด ก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยในสายตาเขา
เจ้าล่าเยวี่ยดึงสายตากลับ ก่อนจะมองดูเขาพลางกล่าว “คนอื่นต่างคิดว่าเจ้าอาศัยข้าจึงขึ้นยอดเขาได้ ถึงขนาดบอกเจ้าไร้ยางอาย เจ้ามิโกรธหรือ?”
จิ๋งจิ่วลูบศีรษะของนาง กล่าวว่า “จะได้ไม่ยุ่งยาก ดีออก”
เจ้าล่าเยวี่ยจ้องมองเขา มิกล่าวกระไร
จิ๋งจิ่วดึงมือกลับ ก่อนจะเอาไปไพล่ไว้ข้างหลังพลางกล่าว “ต่อไปจะระวังให้มากกว่านี้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าตอนที่เจอกู้หาน เจ้าจะพูดมากกว่าปกติ”
“ใช่”
จิ๋งจิ่วคิดถึงคืนหนึ่งขึ้นมา
คืนนั้นหลิ่วสือซุ่ยแอบมาหาเขาที่ถ้ำ พูดคุยกับเขาหลายคำ ชื่อของศิษย์พี่กู้ผู้นี้ก็ปรากฏขึ้นมาหลายครั้ง