ิมะที่ปลิดปลิวเต็มท้องฟ้า เขาสังหารศัตรูร่วมกับสำนักเล็กๆ แห่งนั้น ก้าวผ่านความเป็นความตายด้วยกัน หลังผ่านไปสิบปี เขาพบว่าตัวเองมิอาจจากที่แห่งนี้ไปได้
ดังนั้น วัดกั่วเฉิงจึงเสียสมณะสูงศักดิ์ไปรูปหนึ่ง ดินแดนทางเหนือได้เทพดาบเพิ่มมาคนหนึ่ง
เรื่องในอดีตของโลกแห่งการบำเพ็ญพรตเรื่องนี้ สำหรับเหล่าผู้อาวุโสในชิงซานแล้วมิได้ถือเป็นความลับอะไร
การพูดคุยหยอกล้อระหว่างเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลและผู้อาวุโสแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงก็หมายถึงเรื่องนี้
ความจริงฉือเยี่ยนมิเข้าใจว่าเหตุใดศิษย์พี่ถึงต้องสั่งให้ตนเองไปทำแบบนี้ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดศิษย์พี่ถึงไม่ปิดบังสภาวะที่แท้จริงของตนเองอีกต่อไป หรือคิดอยากจะแสดงให้ยอดเขาเทียนกวงเห็น?
หยวนฉีจิงแค่นหัวเราะพลางกล่าว “เจ้าจิ๋งจิ่วนั่นมีปัญหาแน่นอน”
ฉือเยี่ยนเห็นด้วย กล่าวว่า “แต่เขาคล้ายจะมิเคยคิดปิดบังตัวเองมาก่อน แปลกมาก”
หยวนฉีจิงกล่าว “ไม่ต้องไปสนใจมัน ทางวัดกั่วเฉิงก็ถามไม่ได้อะไร ในเมื่อยอดเขาเหลี่ยงว่างมีเบาะแส เช่นนั้นก็เริ่มสืบจากการตายของจั่วอี้ก่อนแล้วกัน”
ฉือเยี่ยนรับคำ
หยวนฉีจิงกล่าว “แวะไปกำราบยอดเขาเหลี่ยงว่างหน่อย ไม่เช่นนั้นคนหนุ่มสาวพวกนั้นจะได้ใจขึ้นมาจริงๆ”
ฉือเยี่ยนกล่าว “กู้ชิงยอมรับผิดเอง”
หยวนฉีจิงนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนถามว่า “ไม่มีใครเอ่ยถึงกระบี่มิคำนึง?”
ฉือเยี่ยนคิดถึงภาพในอารามของยอดเขาซีไหล ก่อนจะส่ายศีรษะพลางกล่าว “จนถึงตอนสุดท้า