ขายอดเขาซีไหลถอนใจพลางกล่าว “เวลานี้เขามิใช่ศิษย์แล้ว หากแต่เป็นผู้อาวุโสรุ่นเดียวกัน ข้าเองก็ต้องเรียกเขาศิษย์น้อง ช่าง…วุ่นวายจริง”
ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาปี้หูมิเข้าใจอารมณ์ของทุกคนในเวลานี้ จึงกล่าวอย่างคร่ำเคร่งว่า “หากจิ๋งจิ่วมาจากวัดกั่วเฉิงจริง แล้วเราควรทำอย่างไร?”
เจ้าแห่งยอดเขาซีไหลสบตาเขา พลางกล่าวอย่างราบเรียบ “ก็เลี้ยงดูไปแล้วกัน ยังจะทำอย่างไรได้อีก?”
ผู้อาวุโสแห่งยอดเขาอวิ๋นสิงอุทานชื่นชม “ไม่เลว พยายามเลี้ยงดูให้กลายเป็นเทพแห่งดาบคนที่สอง ให้พระพวกนั้นขโมยไก่ไม่ได้ แล้วยังต้องเสียข้าวสารอีก[2]”
เจ้าแห่งยอดเขาซีไหลลูคิ้วขาวของตนเบาๆ ก่อนจะกล่าวอย่างปรารถนาว่า “หากเรื่องนี้เป็นจริง หากเรื่องนี้สามารถสำเร็จได้ เช่นนั้นก็คงดียิ่งนัก”
……
……
ปลายสุดของยอดเขาซั่งเต๋อ
ฉือเยี่ยนเดินเข้าไปยังส่วนลึกของถ้ำ สายตามองดูร่างที่ยืนอยู่ริมบ่อน้ำพลางกล่าว “เรื่องที่ควรพูดก็ได้พูดไปหมดแล้ว แต่ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไร ดูฝืนไปจริงๆ”
หยวนฉีจิงหมุนตัวกลับมา ก่อนจะกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบว่า “ในอดีตตอนที่เทพดาบเผยสถานะของตน พวกไร้ค่าในสำนักเฟิงเตาพวกนั้นมีใครกล้าเชื่อบ้าง?”
เขาหมายถึงเรื่องราวในอดีตของโลกแห่งการบำเพ็ญพรตเรื่องหนึ่ง
ในอดีตเทพดาบเคยเป็นพระของวัดกั่วเฉิง
ในตอนที่ออกไปหาประสบการณ์ในโลกแห่งปุถุชน เขาเลือกไปยังดินแดนทางเหนือ เข้าไปในสำนักเล็กๆ ที่ใช้ดาบแห่งหนึ่ง
ท่ามกลางพายุห