เจ้าล่าเยวี่ยมีน้ำโหขึ้นมาจริงๆ แล้ว
จิ๋งจิ่วรีบกล่าว “ข้าคิดเรื่องใหม่ขึ้นมาได้อีกเรื่อง พูดอีกอย่างคือเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากเรื่องเมื่อครู่นี้ จะฟังหรือไม่?”
เจ้าล่าเยวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “เซียนอาวุโสคนนั้นอีกงั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ใช่ เมื่อครู่ตอนที่เจ้าสลบไป เซียนอาวุโสผู้นั้นกลับมาอีก เขารู้ว่าเจ้ากำลังหากระบี่เล่มหนึ่งอยู่ ก็เลยบอกกับข้า”
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงความลับที่อยู่บนตัวของชายหนุ่มผู้นี้ อีกทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเหล่านั้น จึงรีบกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “เจ้ารู้ว่ากระบี่เล่มนั้นอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วมองดูนาง ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เขาบอกว่า…ความจริงแล้วกระบี่เล่มนั้นอยู่บนมือของเจ้ามาโดยตลอด”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกไม่เข้าใจ นางมองไปบนสองมือของตน ทันใดนั้นพลันสังเกตเห็นสร้อยเงินที่อยู่บนข้อมือเส้นนั้น
หรือว่า…เขาหมายถึงเจ้านี่?
อารมณ์ของนางสั่นไหว สร้อยเงินลอยขึ้นมาอย่างไร้ซุ่มเสียง ก่อนจะกลายเป็นโซ่กระบี่สีเงินเส้นหนึ่ง ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
จิ๋งจิ่วยื่นมือออกมา
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขาเงียบๆ ก่อนจะเอาโซ่กระบี่ส่งให้เขา
มือซ้ายของจิ๋งจิ่วกำด้ามกระบี่ มือขวากำโซ่กระบี่ไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนทั้งสองมือลงไปด้านล่าง
เสียงแตกเปรี๊ยะปร๊ะดังถี่ ช่องว่างระหว่างฝ่ามือของเขากับโซ่กระบี่มีประกายไฟสีเงินกระเด็นออกมา
เศษชิ้นส่วนสีเงินกระเด็นร่วง