่งซุ่มเสียง แต่กลับโหมไหม้อย่างคุ้มคลั่ง
นั่นหาใช่เปลวไฟจริงๆ ไม่ มันแผ่กระจายแสงสว่างอันเจิดจ้าออกมา แต่กลับไร้ซึ่งความร้อนใดๆ
หน้าผาและป่าของยอดเขาเสินม่อถูกส่องสว่าง เพียงพริบตาก็ดูคล้ายเวลากลางวัน
ยังมิทันจบสิ้น หน้าผาและป่าเหล่านั้นเริ่มเปล่งแสงออกมาจากตัวเอง แสงสว่างจำนวนนับไม่ถ้วนสาดกระจายออกมาจากด้านในของมัน
ทุกคนมองเห็นข่ายพลังกระบี่ที่แบ่งแยกพื้นที่ได้อย่างชัดเจน ยอดเขาเสินม่อคล้ายดั่งผลึกแก้วขนาดยักษ์ที่ปริร้าวแต่ยังมิแตกออก ภายในแบ่งออกเป็นหลายหน้าจำนวนนับไม่ถ้วน ลำแสงถูกหักเห ดูงดงามจนยากจะบรรยายได้
ลำแสงยิ่งหนาแน่นขึ้นทุกขณะ ยิ่งส่องสว่างขึ้นทุกขณะ เส้นแสงที่แบ่งแยกพื้นที่ในยอดเขาเหล่านั้นดูเลือนรางขึ้นเรื่อยๆ จนถึงช่วงเวลาหนึ่ง ในฟ้าดินพลันมีเสียงเบาๆ ดังขึ้น
เหมือนกับเปลวไฟเมื่อครู่ เสียงนี้หาใช่เสียงจริงๆ ไม่ ทว่าในใจของทุกคนกลับรับรู้ถึงมันได้อย่างชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นจิตจำแนกแห่งกระบี่ ใจแห่งฌาน หรือทะเลแห่งการรับรู้ ก็ล้วนแต่ได้ยินเสียงนี้
นี่คือเสียงกระบี่
ดั่งแจกันเงินที่ปริแตก
ดั่งลูกประคำที่ตกลงไปในถาด
ดังชัดเจนยิ่งนัก
……
……
สายลมพัดอ่อนโยน แสงยามเช้าค่อยๆ แผ่กระจาย
เปลวไฟตรงหน้าผาได้หายไปแล้ว เสียงกระบี่เสียงนั้นก็ลอยหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ยอดเขาเสินม่อตั้งตระหง่านอยู่ใต้นภา ยังคงสงบเงียบ น่าเกรงขาม
ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ภูเขาก็ยังคงเป็นภูเขาลูกนั้นอยู่
แต่