ยังคงมืดครึ้มอย่างมาก
ผู้คนที่อยู่ด้านล่างยอดเขาสลายตัวไปแล้วไม่น้อย ในบรรดาอาคันตุกะที่มาร่วมงาน สมณะแห่งวัดกั่วเฉิงรูปนั้นและองค์ชายจากเมืองเจาเกอสองคนนั้นยังอยู่ สาวน้อยจากสำนักเสวียนหลิงผู้นั้นยังคงยืนหยัดที่จะอยู่ ส่วนศิษย์แห่งยอดเขาทั้งเก้าอย่างกั้วหนานซาน หลินอู๋จือ กู้หาน ย่อมต้องอยู่รอจนถึงท้ายที่สุด
เดิมทุกคนก็มิได้มีความมั่นใจว่าเจ้าล่าเยวี่ยและจิ๋งจิ่วจะสามารถขึ้นไปถึงยอดเขาได้อยู่แล้ว เวลาหนึ่งคืนผ่านพ้นไป กระทั่งความหวังสุดท้ายก็ถูกทำลายลง เพียงแต่ทุกคนไม่เข้าใจ เหตุใดจนป่านนี้ท่านเจ้าสำนักถึงยังไม่ลงมือช่วยพวกเขาออกมาอีก พวกเขายังสบายดีอยู่หรือเปล่า? พบเจอกับอันตรายอะไรหรือเปล่า?
ทันใดนั้น ภายในยอดเขาเสินม่อพลันมีสายลมอันรุนแรงพัดขึ้นมา
ลมแรงพัดกระโชก ต้นไม้ในป่าโยกไหวไปมาไม่หยุด เศษใบไม้ที่กองเป็นชั้นหนาๆ อยู่ด้านล่างต้นไม้ฟุ้งลอยขึ้นมาตามลม ก่อนจะเริงระบำอย่างบ้าคลั่งเต็มท้องฟ้า ภาพนี้ดูแล้วช่างงดงามตระการตายิ่งนัก
กั้วหนานซานหวั่นใจขึ้นมาเล็กน้อย เหตุใดจึงได้ยินเสียงในยอดเขาเสินม่อ?
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ครุ่นคิดอะไร พลันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีก
ลมพายุหอบเอาเศษไปใบไม้ปลิวลอยขึ้นไปจนถึงด้านบนของยอดเขาเสินม่อ จนในที่สุดก็สัมผัสกับหน้าผาที่ถูกแสงแดดยามเช้าส่องสว่าง
ราวกับแสงแดดยามเช้าได้จุดไฟให้เศษใบไม้เหล่านั้นลุกไหม้ขึ้นมา บริเวณหน้าผามีเปลวไฟขนาดใหญ่ลุกโชน ไร้ซึ