ยังไม่ทันจะได้ลืมตาดูโลก ข้าก็ถูกลิขิตให้เป็นคุณหนูในตระกูลขุนนางที่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพื่อประโยชน์ของตระกูล แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงทางสังคมที่น่าเบื่อหน่ายเหล่านั้น ข้าไม่ต้องกังวลว่าจะถูกส่งตัวเข้าวังหลวง ชีวิตของข้าเป็นชีวิตที่ถูกอวยพรเอาไว้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ความงดงามและการถูกอิจฉาริษยาทั้งหมดล้วนแต่เป็นปรมาจารย์อาเป็นผู้มอบให้ข้า แต่ว่า…ข้าไม่เคยพบเจอเขา ข้าไม่สามารถค้นพบถึงความลับของกระบี่เล่มนี้ ข้าไม่มีความสามารถที่จะขึ้นยอดเขาเสินม่อ เช่นนั้นแล้วข้าจะไปมีคุณสมบัติเป็นผู้สืบทอดที่แท้จริงของเขาได้อย่างไรกัน?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “บางทีเขาอาจจะมิได้คิดเช่นนี้”
เจ้าล่าเยวี่ยเงยหน้ามองเขา
จิ๋งจิ่วกล่าว “ความสามารถของเจ้าและความปรารถนาของเจ้ามิใช้สิ่งสำคัญ เพราะความปรารถนาของเขาชัดเจนอย่างยิ่ง เจ้าสวมใส่สร้อยกระบี่อันนี้ตั้งแต่เกิดมา นั่นแสดงว่าเขาตั้งใจให้เจ้าเป็นผู้สืบทอดของยอดเขาเสินม่อตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว มิเช่นนั้นเขาจะเอากระบี่มิคำนึงไว้ข้างกายเจ้าทำไม?”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นางเหลือบมองดูจิ๋งจิ่วเล็กน้อย มิได้กล่าวกระไรอีก จากนั้นเดินเข้าไปยังแท่นกระบี่ที่อยู่ในส่วนลึกของถ้ำ ก่อนจะเอากระบี่มิคำนึงเสียบเข้าไปด้วยสีหน้าจริงจัง
……
……
ราตรีอันยาวนานผ่านพ้นไป แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องสว่างปลายยอดเขาอันสูงเด่น ด้านล่างยอดเขา