เองก็กำลังหาคำตอบอยู่เช่นกัน”
……
……
ภายในถ้ำที่นักพรตจิ่งหยางทิ้งเอาไว้มีเก้าอี้หินอยู่ตัวหนึ่ง บนเก้าอี้มีเบาะรองนั่ง บนเบาะใช้ดิ้นทองปักลายดอกไม้และนกอย่างง่ายๆ ไม่รู้ถูกนั่งทับมาเป็นเวลานานเท่าไร สีสันของดิ้นทองจางลง กระทั่งรูปดอกไม้และนกเหล่านั้นก็ดูไม่ค่อยชัดเจน แต่ยังไม่ฉีกขาด อีกทั้งเบาะรองนั่งนี้หนายิ่งนัก
จิ๋งจิ่วนั่งลงไปอย่างไม่เกรงใจ จากนั้นมองดูเจ้าล่าเยวี่ยกำลังค้นหาบางสิ่งภายในถ้ำ
“เจ้ากำลังหากระบี่เล่มนั้น?”
เจ้าล่าเยวี่ยหยุดฝีเท้า มองดูเขาพลางถามอย่างไม่เข้าใจ “หรือเจ้าไม่คิดอยากหากระบี่เล่มนั้น?”
จิ๋งจิ่วคิดอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับนาง แต่นางได้เดินไปที่อื่นแล้ว
เจ้าล่าเยวี่ยค้นดูทั้งนอกถ้ำและในถ้ำจนทั่ว แต่ก็ยังหากระบี่เล่มนั้นไม่พบ ครั้นใช้จิตจำแนกรับรู้ ก็ไม่มีเสียงสะท้อนใดๆ กลับมา
นางเดินไปริมผา ค้นหาในป่า ในใจคิดว่าหรือกระบี่จะอยู่ในยอดเขา แต่ยอดเขาเสินม่อกว้างใหญ่ขนาดนี้ ตนเองจะไปหาเจอได้อย่างไร?
ดวงอาทิตย์ยามเช้าที่อยู่ทางหมู่ยอดเขา แสงสว่างยามรุ่งอรุณส่องไปบนเมฆขาว แต่ด้านล่างยอดเขายังคงมืดสลัวอยู่
สีหน้าเธอขาวซีดเล็กน้อย
“เป็นอะไร?”
จิ๋งจิ่วเดินมาข้างกายนาง
เจ้าล่าเยวี่ยก้มหน้า คล้ายเด็กน้อยที่ทำอะไรผิดมา “ข้าหากระบี่เล่มนั้นไม่เจอ”
จิ๋งจิ่วกล่าว “สืบทอดกระบี่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พวกเราไปยอดเขาเหลี่ยงว่างได้”
ตอนที่กล่าวประโยคนี้ เขาคล้ายจะลืมไปกว่ายอดเขาเหลี่