าวน้อยแปรเปลี่ยนเป็นเรียบลื่นอย่างรวดเร็ว คราบฝุ่นที่อยู่บนผมเองก็หายไปจนหมดสิ้น
จิ๋งจิ่วด้านหนึ่งหวีผมให้นาง อีกด้านหนึ่งก็พูดกับตัวเอง
“ที่แท้บ้านเจ้าแซ่เจ้าหรือ”
“แต่คืนนั้นมันหิมะตกปรอยๆ นี่นา มิใช่พายุหิมะเสียหน่อย”
“อีกอย่าง เกิดในเดือนล่าเยวี่ยก็เลยชื่อล่าเยวี่ยอย่างนั้นหรือ? ชื่อนี้ก็ไม่ได้ดีเท่าไรเลย”
……
……
เจ้าล่าเยวี่ยตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะพบว่าตนเองอยู่ในถ้ำของปรมาจารย์อาจิ่งหยาง แต่ครั้งนี้มิได้อยู่บนพื้นเย็นๆ หากแต่อยู่บนเตียงหยกอุ่นๆ หลังหนึ่ง
ความแตกต่างในการดูแลเช่นนี้ มิได้ทำให้นางเกิดความคิดเชื่อมโยงอะไรมากนัก เพราะเวลานี้อารมณ์ของนางค่อนข้างสับสน ไม่รู้ว่าเมื่อครู่ตอนที่สลบไป นางได้พูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปหรือเปล่า
ตอนที่นางมองเห็นตัวเองในกระจก นางพลันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง เหตุใดใบหน้าของนางถึงได้สะอาดสะอ้านเพียงนี้ แล้วยังมี….
นางลืมความกังวลและการคาดเดาเรื่องตัวตนที่แท้จริงของจิ๋งจิ่วที่มีก่อนหน้านี้ไปจนหมด หากแต่รีบพุ่งออกไปนอกถ้ำแล้วกล่าวว่า “เจ้าทำอะไรกับข้า?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่ได้ทำอะไร”
“ไม่ได้ทำอะไร? อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?”
เจ้าล่าเยวี่ยชี้ไปบนผมของตัวเองพลางกล่าว
ผมสั้นๆ ของนางถูกหวีขึ้นมาแล้วมัดเป็นมวยเล็กๆ เอาไว้มวยหนึ่ง ชี้ขึ้นไปบนฟ้า
จิ๋งจิ่วกล่าว “ทำไมหรือ?”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวอย่างโมโห “เจ้ามามัดเปียชี้โด่แบบนี้ให้ข