หิตออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะสลบไป
เมื่อเห็นภาพนี้ จิ๋งจิ่วรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
ในอดีตเขาไม่เคยมีอารมณ์แบบนี้มาก่อน ถึงแม้นจะมีมันก็เป็นเรื่องสมัยยังเป็นหนุ่ม เขาลืมมันไปนานแล้ว
นับแต่ที่เหยียบเข้ามาในชิงซานอีกครั้ง อารมณ์แบบนี้กลับปรากฏขึ้นมาสองสามครั้ง อย่างเช่นตอนที่หลิ่วสือซุ่ยดื่มชาถ้วยนั้น อย่างเช่นตอนนี้
“เขายังไม่ตาย”
จิ๋งจิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “เขาเพียงแค่เกือบตายเท่านั้น”
กล่าวจบประโยคนี้ เขายกมือขวาขึ้น
เสียงแปะเบาๆ ดังขึ้น
ฝ่ามือของเขาประทับลงไปกลางศีรษะของเจ้าล่าเยวี่ย
สายลมพัดมา ชุดขาวพลิ้วไหว กลิ่นอายที่ยากจะบรรยายได้สายหนึ่งแผ่กระจายไปบนยอดเขา
ปราณกระบี่หลั่งไหลเข้าไปในศีรษะของเจ้าล่าเยวี่ยอย่างไม่ขาดสาย ช่วยปกป้องใจกระบี่ที่บาดเจ็บสาหัสของนาง จากนั้นค่อยๆ บำรุงซ่อมแซม
ไม่รู้ว่าผ่านไม่นานเท่าไร หลังมั่นใจแล้วว่านางไม่เป็นไร จิ๋งจิ่วจึงดึงมือขวากลับมา
เขากลับเข้ามาในถ้ำ ใช้ผ้าผืนหนึ่งชุบน้ำ จากนั้นเดินกลับไปริมผาแล้วประคองนางขึ้นมา แล้วเริ่มเช็ดหน้าเช็ดตาให้นาง
เขาเช็ดอย่างละเมียดละไม รายคราบเลือดและฝุ่นดินบนใบหน้าของสาวน้อยถูกเช็ดออกไปจนสะอาด
เขามองดูผมสั้นที่ฟูฟ่องและยุ่งเหยิงของนาง ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะเดินกลับไปในถ้ำ หยิบหวีไม้จันทราออกมาหนึ่งเล่ม แล้วเริ่มหวีผมให้นาง
หวีไม้จันทราที่แฝงเร้นไอเย็นเอาไว้เหมาะที่สุดที่จะเอามาใช้หวีผม
ผมสั้นอันยุ่งเหยิงของส