เส้นทางขึ้นเขาภายในยอดเขาเสินม่อคับแคบ อีกทั้งยังทรุดโทรมอย่างมาก บันไดหินสูงต่ำไม่เท่ากัน บางที่กระทั่งบันใดหินก็ยังไม่มี
นักพรตจิ่งหยางมิเคยลงจากเขามาก่อน ที่นี่ไม่มีลูกศิษย์ ทุกๆ สองสามปี เวลาเจ้าสำนักพาผู้อาวุโสมายอดเขาเสินม่อเพื่อเยี่ยมเยียนก็จะขี่กระบี่บินมา ทางขึ้นเขาไร้คนใช้งาน นานวันเข้าย่อมต้องผุพัง
ยิ่งเดินเข้าไปยังส่วนลึกของยอดเขาเสินม่อ ทางขึ้นเขาก็ยิ่งทรุดโทรม ข่ายพลังกระบี่่ที่ปิดกั้นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
แม้นจะระมัดระวังเพียงใด บาดแผลบนร่างกายของเจ้าล่าเยวี่ยก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ โลหิตสดๆ ค่อยๆ ย้อมเสื้อผ้าจนเป็นสีแดง
เจตน์กระบี่หลอมกายามิสามารถทำให้นางหลบหลีกอันตรายที่มีทั้งหมดในข่ายพลังกระบี่ไปได้ แล้วก็ไม่สามารถต้านทานการเชือดเฉือนของเจตน์กระบี่เหล่านั้นได้ด้วย
จิ๋งจิ่วสองมือไพล่หลังเดินตามอยู่ด้านหลังนาง
“ข้าเหนื่อยแล้ว” เขากล่าว
เจ้าล่าเยวี่ยหยุดฝีเท้า ขัดสมาธินั่งลงไป ก่อนจะดูดซับพลังชีวิตในธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูพลังของตน
มิรู้ผ่านไปนานเท่าไร นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“เหตุใดเจ้าต้องตามข้ามา?”
นางมองดูจิ๋งจิ่ว ก่อนจะมั่นใจว่าบนร่างกายของเขาไม่มีบาดแผลใดๆ “ตอนนี้ดูแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องตามข้ามาเลย”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าบอกแล้ว ข้าเพียงใคร่รู้”
ในขณะที่พูด เขาไม่ได้มองนาง หากแต่จ้องมองไปในจานกระเบื้องที่อยู่ตรงหน้า ในมือคีบเม็ดทรายเอาไว้ กำลังครุ่นคิดว่าควรจะวางไว้ตรงไหนดี