เมื่อมองดูเม็ดทรายที่ถูกกองขึ้นมาใหม่ในจานกระเบื้อง และครุ่นคิดถึงพื้นที่ภายในยอดเขาเสินม่อที่ถูกเจตน์กระบี่แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ เจ้าล่าเยวี่ยคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
นางลุกขึ้นยืน มองดูทางขึ้นเขาที่เงียบสงัดจนทำให้เกิดความรู้สึกกริ่งเกรงขึ้นในใจ หลังนิ่งเงียบอยู่ครู่ นางสะบัดข้อมือ ก่อนจะกำโซ่กระบี่ที่เปลี่ยนมาจากสร้อยข้อมือ
โซ่กระบี่ที่ดูคล้ายธรรมดาเส้นนี้เคยใช้รัดตัวอาจารย์อาจั่วแห่งยอดเขาปี้หูที่บรรลุสภาวะมิประจักษ์ นี่ย่อมมิใช่โซ่กระบี่ธรรมดา
จิ๋งจิ่วครุ่นคิดมิน่าคืนนั้นถึงรู้สึกคุ้นตากับโซ่กระบี่เส้นนี้
เขารู้ว่าเจ้าล่าเยวี่ยคิดใช้โซ่กระบี่สำรวจเส้นทาง จึงส่ายศีรษะ
การตัดสินใจนี้ชาญฉลาดอย่างมาก แต่มันไม่ใช่ทางเลือกที่ดี
เจ้าล่าเยวี่ยถาม “ทำไม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่คับขันจริงๆ ก็อย่าใช้มัน เพราะมีคนกำลังมองดูเราอยู่”
ยอดเขาเสินม่อมีข่ายพลังกระบี่ปิดกั้นเอาไว้อยู่ ด้านนอกยอดเขามิสามารถมองเห็นภายในยอดเขาได้ มีความลึกลับเสียยิ่งกว่าชั้นเมฆบนยอดเขากระบี่เสียอีก
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ทั้งยังรู้สึกว่าหนทางข้างหน้าช่างยากลำบาก ดังนั้นจึงเตรียมใช้วิธีที่แข็งแกร่งที่สุดที่ตนเก็บซ่อนเอาไว้อยู่
แต่ไม่ว่าเรื่องใดก็ล้วนแต่มีข้อยกเว้น
เหล่าผู้อาวุโสที่บรรลุสภาวะทะลวงสวรรค์สามารถมองทะลุหมอกอันหนาทึบได้
หากมองไปทั่วทั้งแผ่นดิน คนที่บรรลุขั้นทะลวงสวรรค์นั้นมีอยู่เพียงไม่กี่คน แต