่น่าเสียดายที่สำนักชิงซานอาจมีคนที่บรรลุถึงสภาวะนั้นอยู่สองคน
จิ๋งจิ่วเชื่อว่าสองคนนั้นมิได้มายังธารสี่เจี้ยนด้วยตัวเองจริงๆ หากแต่ใช้กระบี่ส่งเสียงมา ในเวลานี้น่าจะมองดูที่นี่อยู่บนยอดเขาของตัวเอง
เจ้าล่าเยวี่ยนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยบอกตน หยวนฉีจิงอาจจะแอบบรรลุเข้าสู่สภาวะทะลวงสวรรค์ไปแล้ว
เช่นนั้นคนที่จิ๋งจิ่วกำลังระมัดระวังและป้องกันคือใคร? เจ้าสำนักหรืออาจารย์ลุงผู้เป็นกฎแห่งกระบี่?
เจ้าล่าเยวี่ยเก็บโซ่กระบี่ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปบนเส้นทางต่อ
ครั้งนี้ความเร็วของนางเร็วขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย จำนวนครั้งที่ถูกเจตน์กระบี่เชือดเฉือนก็น้อยลงไปมาก มิรู้ว่าเกี่ยวข้องกับเม็ดทรายที่ถูกกองขึ้นมาใหม่ในชามกระเบื้องหรือไม่
……
……
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง
“ข้าเหนื่อยแล้ว”
จิ๋งจิ่วกล่าวเป็นครั้งที่สาม
เจ้าล่าเยวี่ยหยุดฝีเท้า ลืมตามองไปทางยอดเขา
นางเดินมาเป็นเวลานานแล้ว ปลายสุดของยอดเขาเสินม่อคล้ายยังอยู่ที่ปลายขอบฟ้า
“ข้าประเมินตัวเองสูงเกินไป”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ จากนั้นกล่าวว่า “ยอดเขาของปรมาจารย์อานี้ จะขึ้นไปง่ายๆ ได้อย่างไร”
คำพูดนี้มีความหมายสองชั้น
“เจ้าทำได้ไม่เลวแล้ว”
น้ำเสียงของจิ๋งจิ่วราบเรียบ แต่ฟังดูจริงใจยิ่งนัก
เจ้าล่าเยวี่ยกินยาลงไป ก่อนจะเริ่มพันแผลให้กับตัวเอง เมื่อดูจากยาและของใช้ต่างๆ แล้ว นางเตรียมตัวมาพร้อมทีเดียว
จิ๋งจิ่วมิได้ช่วยนางทำอะไร เพียงแต่ยืนมองอยู่ข้างๆ
เงียบสงบ มัก