ินม่อเป็นอย่างดีหากไม่เป็นเพราะต้องอยู่เป็นเพื่อนนาง เขาคงขึ้นไปถึงปลายยอดเขานานแล้วหากไม่มีเขาอยู่เป็นเพื่อน และไม่มีคำชี้แนะที่ดูเหมือนมิได้ตั้งใจเหล่านี้ นางเพียงคนเดียวไม่มีทางจะเดินมาถึงตรงนี้ได้จิ๋งจิ่วกล่าว “ต่อให้เจ้าเป็นคนที่ถูกเลือก ก็มิจำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนี้”หากเจ้าล่าเยวี่ยเพียงแต่กังวลว่ายอดเขาเสินม่ออาจจะถูกตัดสายสืบทอด นางสามารถไปฝึกฝนยังยอดเขาเหลี่ยงว่างอีกสามปีได้เจ้าล่าเยวี่ยในอีกสามปีหลังจากนี้น่าจะแข็งแกร่งกว่าตอนนี้มาก งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนครั้งหน้าค่อยลองขึ้นเขาใหม่ โอกาสสำเร็จน่าจะมีมากกว่า“ข้ารีบร้อนจริงๆ”เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เพราะข้ากลัวว่าจะไม่ทัน”จิ๋งจิ่วคิดในใจหรือข้ายังต้องอุ้มเจ้าด้วย?เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจ ข้ามิอาจบอกเจ้าเรื่องความลับที่แท้จริงนั้นได้ข้าเพียงแค่อยากขึ้นไปบนยอดเขา ดูว่ากระบี่เล่มนั้นอยู่หรือไม่ คนผู้นั้นอยู่หรือไม่นางกล่าวว่า “ข้าอยากนอนครู่หนึ่ง”จิ๋งจิ่วกล่าว “นอนตอนนี้ ยากจะตื่นขึ้นมาได้”นางมองดูยอดเขา กลาวว่า “ข้าเหนื่อยจริงๆ ลืมไปแล้วว่าผ่านมาสามปีหรือสี่ปี”กล่าวจบประโยคนี้ นางพลันหลับตาลง หลังพิงต้นสนต้นนั้นแล้วหลับไป ไม่นานนักก็มีเสียงกรนเบาๆ ดังขึ้นมาขนตาของนางเรียวยาว มิขยับเขยื้อนแม้เพียงน้อยผมของนางสั้นยิ่งนัก ปลิวยุ่งเหยิงตามลมดูเหมือนนางจะเหนื่อยจริงๆจิ๋งจิ่วเงยหน้ามองดูหน้าผาอันเงียบสงัดนั้น ในใจเกิดความรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเข