น่าจะคิดว่าข้าพูดจาเลอะเลือน และกำลังหาข้องอ้าง แต่นี่คือความจริง”
ตอนที่อยู่ริมธาร นางบอกตนเองคือลูกศิษย์สืบทอดที่ปรมาจารย์อาจิ่งหยางเลือกเอาไว้ ไม่มีใครแสดงความสงสัยในคำพูดของนาง เนื่องเพราะไม่มีใครสามารถไปเชิญปรมาจารย์อาจิ่งหยางที่บรรลุเป็นเซียนไปแล้วให้กลับมายืนยันได้ แต่ก็เป็นเหมือนอย่างที่นางว่า ความจริงแล้วมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เชื่อคำพูดนี้ นักพรตจิ่งหยางมุ่งสู่ธรรมวิถี หลายร้อยปีมิเคยรับศิษย์มาก่อน แล้วเหตุใดจึงจะรีบนางเป็นศิษย์?
จริงอยู่ที่สำหรับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดนั้นยอดเยี่ยมอย่างมาก แต่สำหรับนักพรตจิ่งหยางแล้วมันไม่ได้มีความพิเศษอะไรเลย
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าเชื่อเจ้า”
ไม่มีความลังเล และไม่มีการครุ่นคิด เป็นคำพูดที่เป็นปกติอย่างมาก
“ขอบคุณ”
นอกจากขอบคุณความเชื่อใจของเขา ยังมีเหตุผลอื่นอยู่อีก
นางกล่าวว่า “หากไม่เป็นเพราะเจ้า ข้าคงมาไม่ได้ไกลขนาดนี้”
ตลอดทางที่ผ่านมา จิ๋งจิ่วบอกว่าตนเองเหนื่อยอยู่หลายครั้ง
ความจริงแล้ว นั่นล้วนแต่เป็นช่วงที่นางเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด
นางมิรู้ว่าเหตุใดจิ๋งจิ่วจึงวิเคราะห์ได้แม่นยำเพียงนี้ แต่นางรู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก
ดูแล้วเหมือนจิ๋งจิ่วฉวยโอกาสเดินตามนาง คอยเลียนแบบวิธีการเดินข้ามข่ายพลังของนาง เขาถึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่านี่มิใช่ความจริง เหตุผลที่แท้จริงคือเขารู้จักข่ายพลังกระบี่ของยอดเขาเส