สามารถเข้าไปในยอดเขาเสินม่อในตอนนี้ได้แม้เพียงก้าวเดียว
ตอนนี้สภาวะของเจ้าล่าเยวี่ยเพียงแค่ขั้นสมความนึกคิดบริบูรณ์ แล้วจะขึ้นไปบนยอดเขาได้อย่างไร?
จิ๋งจิ่วมองดูแผ่นหลังของนาง ภายในใจคิดอยากรู้คำตอบนี้
เขารู้ดีกว่าใคร นี่เป็นเรื่องที่นางไม่มีวันทำสำเร็จ
……
……
สายลมยามค่ำคืนหอบม้วนใบไม้สีเขียวใบหนึ่งที่อยู่บนทางขึ้นเขาเข้าไปในยอดเขา
ไร้ซึ่งซุ่มเสียงใดๆ ใบไม้สีเขียวใบนั้นถูกตัดออกเป็นชิ้นเล็กๆ สิบกว่าชิ้น จากนั้นค่อยๆ ลอยร่วงตกลงพื้น
มิน่าใต้ต้นไม้สองข้างทางจึงมีเศษใบไม้กองเป็นชั้นๆ เหมือนพรม สีเขียวสีเหลืองผสมกัน น่าดูยิ่งนัก
เศษใบไม้เหล่านี้น่าจะเป็นใบไม้ที่ตกลงมาแล้วถูกข่ายพลังกระบี่ตัดขาดแล้วกองรวมกันมาเป็นเวลาสามสี่ปี ส่วนต้นไม้ น้ำตก ก้อนหินแปลกๆ ที่มีอยู่แต่เดิมในยอดเขานั้นมิได้รับผลกระทบใดๆ ขอเพียงยังอยู่ในตำแหน่งและลักษณะเดิม แม้จะเคลื่อนออกตามตำแหน่งเล็กน้อย ก็จะมิถูกข่ายพลังกระบี่โจมตี
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้คนที่อยู่ด้านนอกยอดเขาพากันรู้สึกวิตกกังวล
หลิ่วสือซุ่ยใบหน้าซีดขาวเล็กน้อย กำหมัดไว้แน่น สายตาที่กู้หานจ้องมองเจ้าล่าเยวี่ยดูเป็นกังวลยิ่งนัก
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูทางขึ้นเขาที่อยู่ตรงหน้า มองดูอยู่นาน คล้ายจะมองความลับของยอดเขาเสินม่อให้ทะลุปรุโปร่ง
ระหว่างก้อนหินมีรอยแตกอยู่รอยหนึ่ง นั่นคือเส้นแบ่งระหว่างโลกภายนอกและภายในยอดเขาเสินม่อ
ทันใดนั้น นางพลันหลับตา แล้วก้าวข้ามเส้