ด่นชัดอะไร
แต่รอยแผลบนติ่งหูของนางกลับชัดเจนยิ่งนัก
จิ๋งจิ่วมองดูภาพข้างหน้าพลางกล่าว “ข้าเหนื่อยแล้ว”
เจ้าล่าเยวี่ยหมุนตัวมองเขา มิได้กล่าวกระไร นางขัดสมาธินั่งลง แล้วเริ่มดูดซับพลังชีวิตในธรรมชาติ พักฟื้นพลังให้กับตัวเอง
ข่ายพลังกระบี่ของยอดเขาเสินม่อคือการอาศัยเจตน์กระบี่ตัดขาดความว่างเปล่า กระทั่งแสงสว่างก็ยังเกิดการหักเห แต่ระดับความเข้มข้นของพลังชีวิตในธรรมชาติยังคงปกติ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร เจ้าล่าเยวี่ยลืมตา มองไปทางปลายยอดเขาที่ยังคงอยู่ห่างไกล นิ่งเงียบมิพูดอะไร
ต่อให้สามารถใช้พลังชีวิตในธรรมชาติมาฟื้นฟูปราณกระบี่และพลังกายได้ทุกเมื่อ แต่การเดินแบบนี้ เมื่อไรถึงจะเดินไปถึง?
ในระหว่างที่เดินมา จิ๋งจิ่วมองดูนางหลับตาเดินอยู่บนทางเดินที่เต็มไปด้วยเจตน์กระบี่จากด้านหลัง ทันใดนั้นพลันคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
หลังเจ้าล่าเยวี่ยเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนัก นางก็ฝึกวิชาเจตน์กระบี่หลอมกายาอยู่บนยอดเขากระบี่มาโดยตลอด
เหตุใดนางต้องฝึกวิชาที่อันตรายเช่นนี้ด้วย? เพียงแค่เพราะนางไม่ชอบถูกสายตาของคนอื่นจับจ้องอย่างนั้นหรือ? ไม่ ตอนนี้ดูแล้ว เหตุผลอันนั้นมันชัดเจนอย่างมาก
“ที่แท้ เจ้าก็เตรียมตัวเพื่อวันนี้มาโดยตลอด”
“ถูกต้อง”
“ทำไม?”
จิ๋งจิ่วเป็นคนที่พูดไม่เยอะ แล้วก็ไม่ได้มีความอยากรู้อยากเห็นเหมือนผู้พิทักษ์ชิงซาน แต่นี่เป็นครั้งที่สามที่เขาถามคำถามนี้แล้ว
เจ้าล่าเยวี่ยยังมิตอบคำถามเขา ห