ยอดเขาเสินม่อถึงมีเสียงพูดคุยดังขึ้นมา
สาวน้อยแห่งสำนักเสวียนหลิงผู้นั้นกล่าวอย่างทอดถอนใจออกมา “อย่างนี้ก็ได้หรือ”
ไม่รู้ว่านางกำลังชื่นชมในสติปัญญาและความกล้าของเจ้าล่าเยวี่ย หรือว่ากำลังถอนใจให้กับความหนาของหนังหน้าของจิ๋งจิ่ว
หลินอู๋จือยิ้มเจื่อน กล่าวว่า “ฉวยโอกาสพลิกแพลงก็ถือเป็นความสามารถ ศิษย์น้องจิ๋งช่าง…”
กู้หานกล่าวเสียงเบาๆ “ไร้ยางอาย!”
……
……
เจ้าล่าเยวี่ยหลับตาเดินไปบนทางขึ้นเขาของยอดเขาเสินม่อ บางครั้งหมุนตัว บางครั้งถอยหลัง บางครั้งกระโดดขึ้น ความเร็วในการก้าวเดินเชื่องช้า
เดิมนางคิดอยากลองดูว่าจะสามารถออกไปจากทางขึ้นเขา แล้วขึ้นไปทางหน้าผาหรือป่าได้หรือได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจตน์กระบี่บริเวณหน้าผาจะหนาแน่นมากกว่าเสียอีก กลับกลายเป็นทางขึ้นเขานั้นเดินได้ง่ายกว่า
จิ๋งจิ่วเดินตามหลังนาง นางขยับเขาก็ขยับ นางหยุดเขาก็หยุด การเคลื่อนไหวเหมือนกันทุกอย่าง ดูคล้ายเงามตามตัวนางไม่มีผิด เพียงแต่ในบางเวลาเขาจะทำการปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทำให้ตัวเองไม่ถูกเจตน์กระบี่เฉือนเข้าเหมือนอย่างนาง
บนเสื้อผ้าของเจ้าล่าเยวี่ยมีรอยขาดเล็กๆ อยู่มากมาย อาศัยเพียงจิตจำแนกในการรับรู้ถึงเจตน์กระบี่ ยังไงก็ไม่มีทางที่จะทำอย่างสมบูรณ์แบบได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เจตน์กระบี่สายหนึ่งร่วงหล่นตามกิ่งไม้กิ่งหนึ่งลงมา ก่อนจะเฉียดแก้มของนางและตัดผมสีดำของออกไปหลายเส้น โชคดีที่นางผมสั้น จึงมิได้ดูเ