คำตอบที่คนจำนวนนับไม่ถ้วนใคร่รู้ได้เปิดเผยออกมาในเวลานี้
คำตอบนี้ดูคล้ายไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หากครุ่นคิดให้ดีจะพบว่ามันแฝงความหมายเอาไว้นับไม่ถ้วน
หน้าผาตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน ผู้คนต่างตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
สุดท้ายเป็นเจ้ายอดเขาชิงหรงที่ทำลายความเงียบ ใช้น้ำเสียงที่เยือกเย็นถามไปว่า
“เขาบรรลุเป็นเซียนไปแล้ว เจ้าจะไปร่ำเรียนกระบี่กับใคร? กระบี่มิคำนึงเองก็ติดตามเขาไป แล้วเจ้าจะสืบทอดกระบี่อะไร?”
อาคันตุกะที่มาชมงานชุมนุมต่างสังเกตเห็นว่าตอนที่เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรงกล่าวถึงนักพรตจิ่งหยางนั้นมิได้ใช้คำแสดงความเคารพ มิได้ขานเรียกอาจารย์อา หากแต่เรียกเขาเฉยๆ แต่มิรู้เพราะเหตุใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสำนักชิงซานหรือหยวนฉีจิงต่างก็มิได้กล่าวกระไร คล้ายสำหรับพวกเขาแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องปกติอย่างมาก
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ตามกฎเก่าของชิงซาน ขอเพียงข้าสามารถขึ้นยอดเขาเสินม่อ และเอากระบี่มิคำนึงมาได้ ก็จะถือว่าสืบทอดกระบี่สำเร็จ”
ขอเพียงสืบทอดกระบี่สำเร็จ เช่นนั้นการสืบทอดของยอดเขาที่เก้าของชิงซานก็จะไม่ขาดลง ส่วนจะเรียนกระบี่อย่างไรนั้น ตอนนี้นางมิได้ใส่ใจเลย
บนหน้าผามีเสียงอันเย็นยะเยือกของหยวนฉีจิงดังขึ้นมา
“ยอดเขาเสินม่อปิดกั้นตัวเอง นอกเสียจากข่ายพลังชิงซานจะเปิดสายกระบี่ขึ้นมาใหม่ ถึงจะสามารถเปิดทางได้ หากเจ้าต้องการสืบทอดสายกระบี่ของยอดเขาเสินม่อ ข่ายพลังชิงซานย่อมไม่สามารถช่วยเจ้าได้ หนทางข