ปบนยอดเขา และหากระบี่มิคำนึงพบ ก็จะถือว่าพวกเจ้าสืบทอดกระบี่ของท่านนักพรตจิ่งหยางสำเร็จ”
เจ้าล่าเยวี่ยพยักหน้า
กั้วหนานซานกล่าว “ศิษย์น้อง หากมีปัญหาก็ถอยกลับมา อย่าได้ดันทุรัง”
กู้หานมองนางพลางกล่าวว่า “เหตุใดฝืนตัวเองเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ระวังตัวด้วย”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวกับกั้วหนานซาน “ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ศิษย์พี่กล่าวกับข้าก่อนหน้านี้ แต่ต่อให้ล้มเหลว ข้าก็คงไม่ไปยอดเขาเหลี่ยงว่าง ขออภัยด้วย”
เมื่อครู่ที่กั้วหนานซานกล่าวคำพูดนั้น ก็เพื่อจะเหลือทางถอยเอาไว้ให้กับนาง และเพื่อได้รับการเห็นด้วยจากท่านเจ้าสำนัก ส่วนเรื่องอันตราย…เมื่อมีท่านเจ้าสำนักและยอดฝีมือของชิงซานคอยจับตาดูอยู่มากมายขนาดนั้น ไม่ว่าข่ายพลังปิดกั้นที่ปรมาจารย์อาจิ่งหยางเหลือทิ้งเอาไว้จะร้ายกาจเพียงใด เขาเชื่อว่าเจ้าล่าเยวี่ยคงมิถึงกับต้องตายอยู่บนนั้น
“ความจริงแล้ว…เจ้าอาจต้องตายจริงๆ”
จิ๋งจิ่วเงยหน้ามองดูยอดเขาสีเขียวที่อยู่ในท้องฟ้ายามสายัณห์อันเงียบสงบ ท่าทางจริงใจ
ยอดเขาเสินม่อเงียบสงบเกินไป ภาพทิวทัศน์ก็ชัดเจนเกินไป มิว่าจะเป็นหน้าผาแปลกๆ หรือป่าที่รกทึบก็ล้วนแต่ไม่มีเสียงใดๆ ราวกับเป็นภาพลวงตา
ความเงียบสงัดเช่นนี้ มักจะหมายถึงอันตรายที่แท้จริง
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะขึ้นไปดู ว่าแต่เจ้า…”
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขา กล่าวว่า “ในเมื่ออันตรายเช่นนี้ ความจริงเจ้ามิจำเป็นต้องตามข้าไปก็ได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าคิดมากไป