่าวานรว่าอย่าก่อความวุ่นวาย ให้รีบเอากระบี่ของเด็กหนุ่มผู้นั้นกลับมา
แต่ในสายตาของคนอื่น เขากำลังแกว่งนิ้วชี้ไปทางกลุ่มยอดเขาเหลี่ยงว่าง
ลูกศิษย์หลายคนต่างทราบดี ศิษย์พี่กู้หานมิชื่นชอบจิ๋งจิ่ว เขาเคยพยายามทำให้จิ๋งจิ่วอับอาย เพียงแต่ถูกอาจารย์อาเหมยหลี่และอาจารย์เซียนหลินอู๋จือห้ามเอาไว้
ในความคิดของพวกเขา การกระทำของจิ๋งจิ่วในวันนี้ย่อมต้องเป็นการสั่งสอนยอดเขาเหลี่ยงว่าง และเป็นการจงใจตบหน้ากู้หาน
ภายในเมฆ อู๋หลินจือมองดูหลิ่วสือซุ่ยที่ยืนอยู่ข้างกาย ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เขากำลังระบายอารมณ์แทนเจ้าอยู่?”
เขารู้ว่าจิ๋งจิ่วเกลียดความยุ่งยากที่สุด
ประลองกระบี่ชนะแล้ว เหตุใดจิ๋งจิ่วยังต้องยกกระบี่ขึ้นมาตีหลังกู้ชิงอีกสามทีด้วย?
นี่มิใช่การทำให้อับอาย หากแต่เป็นการแก้แค้น
เมื่อหนึ่งปีก่อนตอนที่จิ๋งจิ่วเพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนัก เขาเจอกับหลิ่วสือซุ่ยที่ด้านล่างยอดเขากระบี่
หลิ่วสือซุ่ยยินดีอย่างมาก เขาวิ่งตะบึงเข้ามาหาจิ๋งจิ่ว กู้หานมิพอใจ ใช้กฎของยอดเขาเหลี่ยงว่างตีหลิ่วสือซุ่ยไปหลายที
ภายหลัง หลิ่วสือซุ่ยแอบมาหาจิ๋งจิ่ว ก็ถูกตีไปอีกสองที
เรื่องเหล่านี้ผ่านมานานแล้ว
จิ๋งจิ่วมิเคยกล่าวกระไร
ที่แท้ เขาจดจำเรื่องนี้มาโดยตลอด
สายตามองดูชายที่อยู่ตรงริมน้ำ หลิ่วสือซุ่ยสีหน้าเรียบเฉย ดูค่อนข้างเคร่งขรึม
ทันใดนั้น เขาพลันหลุดหัวเราะออกมานิดหนึ่ง
จากนั้นเขารีบสำรวมจิตใจ วางท่าทีเหมือนมิได้ใ