ความเคลื่อนไหวตรงแม่น้ำทำให้อาจารย์ของแต่ละยอดเขาที่อยู่บนหน้าผาสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลามขึ้นไปยังแท่นหินที่อยู่เหนือหน้าผาขึ้นไป
ศิษย์น้องของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยนางหนึ่งที่เพิ่งกลับมาจากตรงตำแหน่งของสำนักชิงหรงมองไปอีกฟากหนึ่งอย่างสงสัย พลางกล่าว “คนผู้นี้คือใคร รูปงามยิ่งนัก”
ลูกศิษย์ของสำนักเฟิงเตาผู้หนึ่งขมวดคิ้วกล่าวว่า “ดูจากความวุ่นวายแล้ว คนผู้นี้น่าจะมีชื่อเสียงอย่างมากในชิงซาน”
……
……
กู้หานมองดูบริเวณลำธาร สีหน้าดูแย่ขึ้นมา
กั้วหนานซานตบบ่าเขา ยิ้มเล็กน้อยมิกล่าวกระไร
หม่าหวาคล้ายมองไม่เห็นภาพนี้ ยิ้มพลางด่าว่า “เจ้านี้มันหน้าไม่อายจริงๆ สืบทอดกระบี่อะไรของมัน”
……
……
นั่นสิ ไม่มีกระบี่ แล้วจะสืบทอดกระบี่ได้อย่างไร?
จิ๋งจิ่วสองมือว่างเปล่า แขนเสื้อปลอดโปร่ง ไหนเลยจะมีกระบี่ได้?
ครึ่งปีก่อน จิ๋งจิ่วขึ้นยอดเขากระบี่เป็นครั้งแรกก็สามารถเดินเข้าไปในชั้นเมฆได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นทุกคนจึงคิดว่าเขาคงใช้เวลามินานก็สามารถเอากระบี่ได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเขาขึ้นยอดเขากระบี่อีก
เช่นนั้นเขาก็ย่อมมิได้เอากระบี่เซียนที่อาจารย์ม่อทิ้งไว้เล่มนั้นลงมา
อาจารย์หลายๆ คน รวมไปถึงอาจารย์อาเหมยหลี่ก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็จำเป็นต้องยอมรับในความจริงที่ว่าจิ๋งจิ่วมิได้เป็นอัจฉริยะเหมือนอย่างหลิ่วสือซุ่ย อาจต้องรอถึงงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนในอีกสามปีข้างหน้า เขาถึงจะเข้าใจ และฉายแสงของต