ยวกันเมื่อครั้งนั้น
ครานั้นกู้หานถามจิ๋งจิ่วอย่างเย้ยหยันว่ามีคุณสมบัติพอที่จะใช้กระบี่ของอาจารย์อาม่ออย่างนั้นหรือ? คำตอบของจิ๋งจิ่วเองก็เรียบง่ายอย่างมาก นั่นคือคำว่า ‘มี’ เพียงคำเดียว
เขาถนัดที่จะใช้คำเพียงคำเดียวหรือเพียงประโยคเดียวมาจบการสนทนาที่น่าเบื่อหน่าย
เนื่องเพราะในตอนที่เขาพูดคำนั้นหรือประโยคนั้น เขามิเคยลังเลมาก่อน มิเคยครุ่นคิดมาก่อน มีความรู้สึกราวกับว่ามันสมควรเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
“รู้สึกไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ”
หม่าหวาทอดถอนใจ
สีหน้ากู้หานยิ่งทวีความเยือกเย็น
“ในเมื่อมีกระบี่ เช่นนั้นก็ชักกระบี่ได้แล้วสิ?”
กั้วหนานซานกล่าว
สีหน้าเขายังคงอ่อนโยน มีรอยยิ้มเล็กน้อย
แต่หม่าหวากลับเห็นความเย็นยะเยือกเล็กน้อยในดวงตา พลันเข้าใจความหมายของเขา จากนั้นหันไปกำชับศิษย์ที่อยู่ข้างกายเบาๆ
กู้หานพลันกล่าวว่า “ให้กู้ชิงไป”
หม่าหวาตกใจเล็กน้อย ในใจครุ่นคิดว่าให้ความสำคัญกับเจ้านั่นเกินไปหรือเปล่า
จริงอยู่ที่การเอากระบี่ก่อนหน้านี้ของจิ๋งจิ่วนั้นงดงาม แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นเพียงศิษย์ในขั้นล้างกระบี่ ไม่เห็นต้องให้ความสำคัญขนาดนี้เลย
กั้วหนานซานนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
ในเมื่อจิ๋งจิ่วโอหังกว่าที่คิดเอาไว้ เช่นนั้นก็สมควรพบเจอกับความพ่ายแพ้ที่หนักหนาสาหัส แบบนั้นจึงจะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
เขาคิดว่าตนเองคิดเช่นนั้น
……
……
ลมเย็นโชยมา ผิวน้ำกระเพื่อมมิเป็น