ศิษย์ผู้นี้นามหลินอิงเหลียง เป็นศิษย์ร่วมชั้นเรียนของหลิ่วสือซุ่ย ขณะเดียวกันก็ติดตามกู้หานเพื่อร่ำเรียนกระบี่ เป็นลูกศิษย์ที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน
มิรู้ว่าการที่เขาก้าวออกมาท้าทายหลิ่วสือซุ่ยในเวลานี้ เป็นแผนการของยอดเขาเหลี่ยงว่าง หรือเป็นตัวเขาเองที่อดรนทนมิได้ที่หลิ่วสือซุ่ยเป็นที่จับตามองมากเกินไป
“ศิษย์พี่หลิน เชิญ”
หลิ่วสือซุ่ยยกมือคารวะ กระบี่บินลอยค้างอยู่ตรงหน้ามือทั้งสองข้าง นี่คือการคำนับกระบี่
การหลินอิงเหลียงเป็นฝ่ายเข้ามาท้าทายเช่นนี้ เขาเองก็รู้สึกแปลกใจ แต่แค่พริบตาก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาสงบนิ่ง หว่างคิ้วเองก็หาได้มีอารมณ์แตกตื่นลนลานไม่
คล้ายดั่งวิจารณ์ที่จิ๋งจิ่วมีต่อเขาในตอนแรก ชายหนุ่มผู้นี้เฉลียวฉลาด จิตใจดี มีความเพียรและความมุ่งมั่นที่ดูไม่สมกับอายุ
น้อยมากที่ชายหนุ่มเช่นนี้จะเปลี่ยนแปลงเพราะได้รับผลกระทบจากโลกภายนอก สิ่งที่เรียกว่ายืดหยัดรักษาใจเดิมเอาไว้อย่างเหนียวแน่นก็คือเช่นนี้
หลิ่วสือซุ่ยและหลินอิงเหลียงยืนห่างกันสิบกว่าจ้าง
สายน้ำไหลผ่านก้อนหิน ส่งเสียงซ่าๆ แผ่วเบา
ระยะสิบกว่าจ้าง เป็นขอบเขตการโจมตีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของสภาวะขั้นตั้งมั่น
สาวน้อยจากสำนักเสวียนหลิงผู้นั้นยืนอยู่ริมผา ดวงตาเบิ่งโตมองดูภาพเบื้องล่าง รู้สึกใคร่รู้ใครกันแน่จะเป็นผู้ชนะ?
อีกไม่นานคำตอบก็ออกมาแล้ว การเปรียบกระบี่ของสำนักชิงซานล้วนแต่เริ่มขึ้นอย่างฉับพ