ต้ดิน หรือหลบอยู่ในกระดองเต่าวิญญาณ หรือใช้ชีวิตอยู่ในข่ายพลังที่มองไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน?
เมื่อครุ่นคิดถึงชีวิตอันน่าเศร้าของผู้หลบหนีกระบี่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตทั้งสาม นางพลันมองไปยังทะเลหมอกที่หนาทึบซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าสำนักชิงซาน ภายในใจเกิดความรู้สึกหวาดกลัว
คำพูดสนทนาเหมือนอย่างที่อาจารย์อาคุยกับศิษย์หลานของสำนักเสวียนหลิง กำลังเกิดขึ้นในหลายๆ ที่
แม้นเหล่าลูกศิษย์ที่เข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนจะยังมีสภาวะต่ำต้อย แต่การได้มาเห็นการแสดงวิถีกระบี่ของสำนักชิงซานกับตาตัวเอง มันย่อมต้องเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของเหล่าลูกศิษย์ในสำนักตัวเองอย่างมากแน่นอน แขกตัวแทนจากสำนักต่างๆ ที่มาชมงานชุมนุมมีหรือจะปล่อยให้โอกาสแบบนี้หลุดรอดไป พวกเขาพากันอธิบายการประลองกระบี่ที่ดูคล้ายไม่มีอะไรก่อนหน้านี้ด้วยเสียงเบาๆ
……
……
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่บนก้อนหินในลำธาร นิ่งเงียบไม่พูดจา
เมื่อถูกห้อมล้อมด้วยสายตาและเสียงโห่ร้องจำนวนนับไม่ถ้วน เขาก็ยากที่จะสงบสติอารมณ์ในเป็นปกติได้ ทันใดนั้นเขาพลันมองไปยังมุมหนึ่ง
จิ๋งจิ่วนั่งอยู่บนก้อนหิน มองมาที่เขาพร้อมรอยยิ้ม
หลิ่วสือซุ่ยมิรู้คิดถึงสิ่งใด เบือนหน้าหนีไป รู้สึกลนลาน
แม้นหลินอิงเหลียงจะแพ้การประลองกระบี่ครั้งนี้ แต่การแสดงออกของเขาก็ยอดเยี่ยมอย่างมาก กระบี่บินมั่นคงและเฉียบคม
อาจารย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ยผู้หนึ่งส่งคำเชื้อเชิญ เขาเ