งัดมาโดยตลอดพลันมีเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมา
“หลิ่วสือซุ่ย เจ้ายินดีติดตามผู้อาวุโสไป๋เรียนกระบี่หรือไม่?”
นี่คือเสียงของเจ้าสำนักชิงซานงั้นหรือ?
ลูกศิษย์ธรรมดาหลายคนและแขกที่มาร่วมชมต่างคิดในใจ
ท่านเจ้าสำนักรับจัวหรูซุ่ยไว้เป็นศิษย์ก้นกุฏิ นับแต่นั้นมิรับลูกศิษย์อีก
ไป๋หรูจิ้งเป็นผู้อาวุโสแห่งยอดเขาเทียนกวง บรรลุสภาวะแหวกทะเลขั้นสูงสุด การที่สามารถติดตามร่ำเรียนกระบี่กับยอดคนเช่นนี้ได้ ย่อมต้องเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่ง
เมื่อหนึ่งปีก่อนแต่ละยอดเขาก็คาดเดาถึงเรื่องนี้ได้แล้ว แต่ในตอนที่ได้ยินคำพูดประโยคนี้ พวกเขาถึงได้มั่นใจว่าหลิ่วสือซุ่ยนั้นเป็นหมากที่เจ้าสำนักวางเอาไว้ล่วงหน้าดั่งที่คาดไว้จริง
มิรู้เป็นเพราะผิดหวังหรือเป็นเพราะเหตุผลอันใด ทุกคนยังคงนิ่งเงียบ
หลิ่วสือซุ่ยมองไปทางหน้าผา
กู้หานพยักหน้าเล็กน้อย
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “ศิษย์ยินดีขอรับ”
พูดจบประโยคนี้ เขาพลันขี่กระบี่บินขึ้นไปในหมู่เมฆ มีลูกศิษย์สายตรงของยอดเขาเทียนกวงเข้ามารับเขาเข้าไป
“ให้เขาติดตามอาจารย์อาไป๋เรียนกระบี่หนึ่งปี ปูพื้นฐานให้ดี ก็สามารถให้เขาออกไปหาประสบการณ์ได้แล้ว”
กั้วหนานซานกล่าว
กู้หานกล่าว “สือซุ่ยมิทำให้ศิษย์พี่ผิดหวังแน่นอน”
ส่วนเมื่อถึงตอนนั้นผู้อาวุโสไป๋จะอนุญาตให้หลิ่วสือซุ่ยไปยอดเขาเหลี่ยงว่างหรือไม่ สำหรับพวกเขาแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องคิดเลย
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวของสำนักชิงซาน มีผู้ใดไม่อย