งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนเริ่มต้นขึ้น
คนที่ก้าวออกเป็นคนแรกคือศิษย์ขั้นล้างกระบี่นามเฉินหลิน
เฉินหลินเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักได้เจ็ดปีแล้ว เมื่อห้าปีก่อนหน้าเขาเอากระบี่ได้สำเร็จ และในที่สุดก็ฝึกจนถึงขั้นตั้งมั่นบริบูรณ์ได้ในปีนี้ และมีสิทธิ์เข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน
การบำเพ็ญเพียรและการรอคอยมาเป็นเวลาหลายปีทำให้เขามีความสุขุมที่ดูไม่เข้ากับอายุ เขามิได้สนใจสายตาจากรอบๆ และความกดดันจากการที่ขึ้นเวทีเป็นคนแรก หากแต่เริ่มแสดงความสามารถของตัวเองอย่างตั้งใจ
ลำแสงกระบี่ที่ใสกระจ่างและเยือกเย็นสายหนึ่งพุ่งออกไปจากแขนเสื้อ ทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนเอาไว้บนผนังหินที่มีน้ำไหลหยดลงมารอยหนึ่ง จากนั้นบินม้วนกลับมา
มิรอให้กระบี่เข้าใกล้ เขาพลันถีบตัวกระโดดขึ้นไปยืนบนกระบี่ จากนั้นเริ่มขี่กระบี่โดยบินไปกลับบริเวณหน้าผา ดูคล่องแคล่วชำนาญ
หน้าผาเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง
แท่นหินที่อยู่เหนือหน้าผาสูงขึ้นไปล้อมรอบไว้ด้วยหมู่เมฆ ทูตจากสำนักเสวียนหลิง อาคันตุกะจากต้าเจ๋อ ตัวแทนจากเมืองเจาเกอ แล้วยังมีหัวหน้าอารามหลี่ว์ถังแห่งวัดกั่วเฉิง สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยที่เป็นมิตรกับสำนักชิงซานมาโดยตลอด และตัวแทนจากสำนักกระบี่อีกสามสี่สำนักนั่งประจำตำแหน่งของตน ต่างคนต่างนิ่งเงียบ ไม่พูดจา
ปีนี้เป็นปีแรกที่สำนักจิ้งจงส่งตัวแทนมาชมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนของสำนักชิงซาน ตัวแทนผู้นั้นไม่มีประสบการณ์ แล้วก็มิได้สังเกตเห็นถึงความเงียบของบ