ริเวณหน้าผา เมื่อเป็นลูกศิษย์นามเฉินหลินผู้นั้นขี่กระบี่ได้อย่างคล่องแคล่ว บินไปมาระหว่างยอดเขาได้อย่างใจนึก ภายในใจเขาจึงนึกชื่นชม พลันปรบมือพร้อมกล่าวชมเชยไปสองสามประโยค
เฉินหลินกลับมายังก้อนหินที่อยู่ในลำธาร
ผู้อาวุโสเหอจากยอดเขาซื่อเยวี่ยที่รับผิดชอบดำเนินงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนมองดูเขา พลางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เจ้าคิดสืบทอดยอดเขาไหน?”
ในที่สุดสีหน้าเฉินหลินก็แปรเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลขึ้นมา เขากล่าวด้วยเสียงอันเบาว่า “ศิษย์ไร้ความสามารถ มิกล้าเลือก”
ในขณะที่พูด เขามองไปยังตำแหน่งที่มีอาจารย์จากยอดเขาต่างๆ รวมตัวกันเยอะที่สุด ในใจรู้สึกมีหวังและหวั่นใจ
ในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยน อาจารย์แต่ละคนจากในเก้ายอดเขาสามารถเลือกศิษย์สืบทอดได้เพียงคนเดียว จำนวนมีจำกัด ดังนั้นจึงมีความระมัดระวังอย่างมาก
เฉินหลินรู้ว่าสภาวะการบำเพ็ญเพียรของตนเองมิได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับศิษย์ร่วมสำนัก มิกล้าคาดหวังให้แต่ละยอดเขามาแย่งชิงตน จึงได้แต่หวังว่าจะมีสักที่มาเลือกตนไป
บริเวณหน้าผายังคงเงียบเชียบ ไม่มีเสียงใดๆ ดังขึ้นมา
เวลาเดินผ่านไป ความเงียบแปรเปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วน
เหล่าลูกศิษย์ริมฝั่งแม่น้ำที่ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนมองดูเขาด้วยสีหน้าลำบากใจ
ศิษย์น้องอวี้ซานเบือนหน้าหนี ตื่นเต้นจนมิกล้ามองดู
ภายใต้ความเงียบจนน่าหวาดกลัว เฉินหลินยังคงรักษาความสุขุมเอาไว้ ใบหน้าเงยขึ้นด้วยความมุ่งมั่นเ