เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่ากู้หานคิดถามสิ่งใด แต่นางมิได้คิดตอบคำถาม หากแต่สืบเท้าเดินต่อไปเบื้องหน้า
“หยุด!”
กู้หานกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
เขาสูดหายใจ สะกดอารมณ์ของตนเองเอาไว้ สายตามองดูแผ่นหลังของนางพลางกล่าว “ยอดเขาอื่นล้วนแต่ชรา อนาคตของชิงซาน อยู่ที่พวกเรา…”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้รอให้เขากล่าวจบ
“ท่านผิดแล้ว อนาคตของชิงซานอยู่ที่ข้า หาใช่พวกท่านไม่”.
ครั้นกล่าวจบ นางก็สืบเท้ามุ่งหน้าไปทางยอดเขากระบี่ ก่อนจะหายไปในพายุหิมะอย่างรวดเร็ว
กู้หานจ้องมองจุดดำที่หดเล็กลงเรื่อยๆ ในพายุหิมะ พลางครุ่นคิดอย่างเงียบๆ “เช่นนั้นจิ๋งจิ่วล่ะ? เหตุผลที่เจ้าสนใจมันคืออะไรกันแน่?”
พายุหิมะกระโชก กระบี่บินปรากฎขึ้นมา เขายกเท้าเดินขึ้นไปบนกระบี่ มุ่งหน้าทวนลม กลายเป็นควันสีขาว
หลังบินขึ้นไปไม่นาน กู้หานก็มาถึงยอดเขาที่งดงามแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้
ยอดเขางดงาม แต่ตรงที่ราบริมผา ทุกหนทุกแห่งล้วนแต่สามารถมองเห็นแสงกระบี่ที่รวดเร็วและดุดัน จิตสังหารรุนแรง กลิ่นอายสงครามคละคลุ้ง แม้แต่เกล็ดหิมะที่ร่วงลงมาจากฟ้ายังถูกหลอมละลายจนกลายเป็นควัน
นี่คือยอดเขาเหลี่ยงว่าง ยอดเขาที่สองของชิงซาน
ลูกศิษย์ที่นี่ล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากแต่ละยอดเขา ศิษย์ส่วนใหญ่ได้บำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นมิประจักษ์ไปแล้ว แล้วก็มีบางคนที่บรรลุถึงขั้นคเนจร
กู้หานชื่นชอบความรู้สึกแบบนี้ยิ่งนัก
คล้ายกับศิษย์ส่วนใหญ่ของยอดเขาเหลี่ยงว่าง เขาเอ