งก็มิชื่นชอบวิธีการของยอดเขาอื่นๆ รวมไปถึงงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนด้วย พวกเขามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการกระทำที่แสนน่าเบื่อที่แต่ละยอดเขาใช้เพื่อหาผู้มาสืบทอดพวกเขาและแย่งชิงคนที่มีความสามารถเท่านั้น นอกจากทำให้เกิดปัญหาขัดแย้งภายในแล้วก็มิได้มีประโยชน์อื่นใดเลย
ลำแสงกระบี่หายไปในถ้ำที่อยู่ปลายสุดของยอดเขาเหลี่ยงว่าง
“มัวแต่ยืนมองอยู่ข้างๆ เช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ไม่รู้เหตุใดล่าเยวี่ยถึงดูเป็นปฏิปักษ์กับพวกเรา”
กู้หานมองดูแผ่นหลังนั้นพลางกล่าว
“เดี๋ยวทางศิษย์น้องข้าจะไปพูดเอง แต่เจ้าต้องมั่นใจนะว่าทางชิงเอ๋อร์กับสือซุ่ยจะไม่เกิดปัญหา”
คนผู้นั้นกล่าวถามโดยมิได้หมุนตัวกลับมา “นอกจากนี้ ข้าอยากรู้ว่าตอนนี้เจ้ามองจิ๋งจิ่วอย่างไรกันแน่?”
กู้หานนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “ข้าไม่ชอบมัน”
คนผู้นั้นหมุนตัวกลับมา ใบหน้างดงาม สีหน้าดูอ่อนโยน
เขาคือกั้วหนานซาน ศิษย์คนแรกของเจ้าสำนักชิงซาน แล้วยังมีอีกสถานะหนึ่งคือหัวหน้าลูกศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่าง
“หม่าหวาพิสูจน์แล้วว่าความคิดของเขาถูกต้อง”
กั้วหนานซานยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “แต่ข้าก็ยังสนับสนุนวิธีของเจ้า หากไม่สามารถผ่านบททดสอบได้ ต่อให้มีพรสวรรค์แค่ไหนมันก็ไร้ความหมาย เจ้าเด็กนั่นถูกเจ้าดูแคลนไปหลายครั้งหลายครั้ง แต่กลับไม่กล้าแม้แต่จะชักกระบี่ แล้วในอนาคตจะพิชิตความชั่วร้ายและพิทักษ์วิถีธรรมเพื่อชิงซานของเราได้อย่างไร?”
กู้หานสีหน้าราบเรียบ กล่าว