ว่า “เจ้านั่นกระทั่งกระบี่ก็ยังไม่มี แล้วจะชักกระบี่ได้อย่างไร?”
……
……
หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นค่อยๆ หายไป ต้นหญ้าที่แห้งเหลืองกลับกลายเป็นสีเขียวใหม่อีกครั้ง ต้นวสันตฤดูกลับมาเยือนอีกครา
งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนใกล้จะเริ่มขึ้น
ว่ากันว่าเจ้าล่าเยวี่ยเสร็จสิ้นการฝึกฝนอย่างหนักบนยอดเขากระบี่และกลับลงมาแล้ว ทว่ายังไม่มีใครพบเจอนาง แม้แต่ในถ้ำของจิ๋งจิ่วก็ไม่มี
สำหรับชิงซานแล้ว งานชุมนุมเฉิงเจี้ยนถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่ละฝ่ายย่อมต้องให้ความสำคัญกับมันอย่างมาก
ปลายสุดของลำธารสี่เจี้ยนมีที่นั่งมาจัดวางเอาไว้เรียบร้อย บนผนังหินที่ยาวหลายร้อยจ้างมีก้อนหินขนาดใหญ่ที่เหล่าอาจารย์เซียนแห่งยอดเขาซีไหลใช้พลังเคลื่อนย้ายมาเป็นแท่นสำหรับรับชมงานชุมนุม ก้อนหินยักษ์กว้างขวางยิ่งนัก สามารถบรรจุคนได้หลายพันคน แล้วยังมีเมฆขาวและสายน้ำเล็กๆ บนหน้าผาไหลเคียงคู่ ดูแล้วช่างให้ความรู้สึกเหมือนดินแดนแห่งเซียน
ลูกศิษย์ธรรมดาที่อยู่ข้างแม่น้ำกำลังทำการฝึกวิชาอย่างตื่นเต้น บางครั้งมักจะอดใจมองขึ้นมาบนฟ้ามิได้
เหล่าศิษย์พี่แห่งยอดเขาเหลี่ยงว่างที่ออกไปขจัดความชั่วร้ายยังโลกภายนอกและเหล่าอาจารย์แต่ละยอดเขาที่อยู่ในที่ต่างๆ อย่างเมืองเจาเกอต่างทยอยกลับมา
ที่น่าสะดุดตาที่สุดก็คือเหล่าตัวแทนจากสำนักต่างๆ ที่มาชมงานชุมนุม วัดกั่วเฉิงมีสมณะมาสิบกว่ารูป เมืองเจาเกอมีเจ้าหน้าที่จากราชสำนักมาสามสี่คน สำนักอื่