“นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณการบำเพ็ญเพียรอย่างหนักของเจ้า เชื่อว่าวันพรุ่งนี้คงมิมีผู้ใดล่วงรู้เรื่องที่เจ้าตายด้วยน้ำมือข้าอย่างแน่นอน”
อาจารย์อาจั่วกล่าวยิ้มๆ ว่า “ที่นี่คือเหนือสุดของยอดเขากระบี่ ต่อให้เป็นผู้ที่บรรลุสภาวะแหวกทะเล แต่หากไม่ใช้จิตจำแนกตรวจดูก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าที่นี่เกิดเรื่องใดขึ้น”
“หากมิอยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ เช่นนั้นสิ่งแรกที่ท่านต้องทำก็คือฆ่าข้าให้ตายเสีย”
เมื่อกล่าวจบประโยค เจ้าล่าเยวี่ยพลันโบกสะบัดมือ ลำแสงกระบี่สีเขียวพุ่งออกมาจากแขนเสื้อ บินฉวัดเฉวียนอย่างรวดเร็วอยู่ตรงด้านหน้าหน้าผา
กระบี่สีเขียวคล่องแคล่วปราดเปรียว เคลื่อนไหวรวดเร็วจนกลายเป็นม่านลำแสงสีเขียวจางๆ ดูคล้ายหนาแน่นจนมิมีช่องว่างใดๆ ให้ลอดผ่าน
เมื่อเห็นภาพนี้ อาจารย์อาจั่วกล่าวชมเชย “ใกล้บรรลุขั้นสมความนึกคิดจนบริบูรณ์แล้วหรือนี่ ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”
ภายในความมืด จิ๋งจิ่วเองก็พยักหน้า นอกจากสภาวะที่เจ้าล่าเยวี่ยแสดงออกมาแล้ว สิ่งที่เขารู้สึกชื่นชมมากกว่าก็คือฝีมือของนาง
—-ในเมื่อไม่มีโอกาสให้ได้ลอบโจมตี เช่นนั้นก็สู้เรียกกระบี่ออกมาทำการป้องกันก่อนดีกว่า
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ สภาวะของเจ้าล่าเยวี่ยกับอีกฝ่ายแตกต่างกันมากเกินไป แม้นจะป้องกันก็ป้องกันเอาไว้ไม่อยู่
จิ๋งจิ่วได้ข้อสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว ราตรีนี้เจ้าล่าเยวี่ยมิแคล้วต้องถูกปลิดชีพเป็นแน่ ยกเว้นก็แต่จะมีเรื่องที่